Learn how the World Bank Group is helping countries with COVID-19 (coronavirus). Find Out

ภาพรวม

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน เมษายน พ.ศ. 2563

    ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา  ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและได้รับการยกระดับจากประเทศรายได้ต่ำเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในช่วงเวลาน้อยกว่าหนึ่งช่วงอายุคน  ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงถูกนำไปอ้างอิงถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาไปทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง รวมถึงการลดความยากจนได้อย่างรวดเร็ว

    ในช่วงปี 2529-2539 นับเป็นยุคที่เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู  เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  ต่อมาในช่วงปี 2542-2548 หลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย  เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี  ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้สร้างงานหลายล้านตำแหน่งและช่วยให้คนหลายล้านคนได้หลุดพ้นจากความยากจน  นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสวัสดิการของภาครัฐในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ  เด็กนักเรียนที่สามารถเรียนต่อในระดับชั้นสูงขึ้นมีจำนวนเพิ่มขึ้น  ระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกคนอย่างชัดเจน  ในขณะที่ระบบคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ ได้ขยายบริการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น  การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกคาดการณ์ว่าจะหดตัวลงในปี 2563 เนื่องมาจากผลพวงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 สาเหตุมาจากอุปสงค์ภายนอกที่ลดน้อยลงส่งผลกระทบต่อการค้าขายและธุรกิจการท่องเที่ยว การชะงักงันของหวงโซ่อุปทาน และการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอลง

    ความยากจนลดลงอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 67 เมื่อปี 2529 เหลือเพียงร้อยละ 7.8 ใน 2560  (วัดจากเส้นความยากจนของประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่มีรายได้เฉลี่ย 5.5 เหรียญสหรัฐต่อวัน) หากเทียบกับทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยได้ชะลอการเติบโตลงในช่วงปี 2558-2560 ราคาสินค้าเกษตรที่ตกลงและผลกระทบด้านลบต่อเกษตรกรซึ่งมีผลให้แต่ละครัวเรือนมีความเป็นอยู่ที่แย่ลง  ในช่วงเวลาเดียวกันนี้พบว่าการจ้างงานในภาคเกษตรและภาคการผลิตลดลง และค่าจ้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากมองในระดับประเทศแล้ว จำนวนคนยากจนเพิ่มขึ้น 478,000 คนเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทางการเคยประมาณการณ์ไว้เมื่อปี 2558  ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกคาดการณ์ว่าจะหดตัวลงในปี 2563 เนื่องมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทำให้เกิดการถดถอยของอุปสงค์จากภายนอกส่งผลต่อการค้าขายและธุรกิจการท่องเที่ยว ห่วงโซ่อุปทานเกิดการชะงักงัน การบริโภคภายในประเทศลดลงส่งผลกระทบต่อการค้าขายและธุรกิจการท่องเที่ยว การชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน และการบริโภคในประเทศอ่อนแอลง

    อัตราความยากจนได้ลดลงไปเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงจากร้อยละ 65.2 ในปี 2531  เป็นร้อยละ 9.85 ในปี 2561(อ้างอิงจากการประมาณการในระดับประเทศ) อย่างไรก็ตามทั้งการเติบโตของรายได้ในภาคครัวเรือนและการบริโภคได้หยุดชะงักลงทั่วประเทศภายในเวลาไม่กี่ปีมานี้  ปัจจัยดังกล่าวยังผลให้ความคืบหน้าในการลดความยากจนในประเทศไทยเกิดการพลิกผันเห็นได้จากจำนวนประชากรที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจนมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ในระหว่างปี 2558 และปี 2561 อัตราความยากจนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 7.2 เป็นร้อยละ 9.8% และจำนวนที่แท้จริงของประชากรที่ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจนเพิ่มขึ้นจาก 4.85 ล้านคนเป็นจำนวนมากกว่า 6.7 ล้านคน  การเพิ่มขึ้นของอัตราความยากในปี 2561 เกิดขึ้นแบบแผ่วงกว้างกระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศมีจำนวน 66 จังหวัดจากทั้งหมด 77 จังหวัด จำนวนประชากรที่ยากจนในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนคนในแต่ละภาคในช่วงเวลาเดียวกัน ในภาคใต้อันเป็นพื้นที่ทื่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบนั้นกลายเป็นภูมิภาคที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2560

    ความเหลื่อมล้ำเมื่อวัดจากค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคด้านรายได้ (Gini coefficient) เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2558-2560 ในช่วงเวลานี้ การบริโภคต่อหัวของครัวเรือนสูงขึ้น แต่การบริโภคของครัวเรือนที่จนล่างสุดร้อยละ 40 กลับลดลง

    จากรายงานดัชนีทุนมนุษย์ซึ่งวัดระดับผลิตภาพของประชากรวัยทำงานรุ่นใหม่กับศักยภาพที่พวกเขาพึงมีหากได้รับการศึกษาและการดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุด ผลการศึกษาพบว่าคุณภาพการศึกษาเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดของประเทศไทย เด็กไทยที่เกิดวันนี้คาดว่าจะได้รับการศึกษาในโรงรียนก่อนจะอายุครบ 18 ปีเป็นเวลา 12.4 ปี แต่หากวัดจากคุณภาพการเรียนรู้แล้วพบว่า เด็กไทยจะมีความสามารถเทียบเท่ากับการได้เข้าเรียนเป็นเวลาเพียง 8.6 ปี ซึ่งมีความต่างในการเรียนรู้ 3.8 ปี

    อัตราการรอดขีวิตของผู้ใหญ่ไทยที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปีต่ำกว่าครึ่งของประเทศอื่น ๆ ที่ได้มีการบันทึกข้อมูลไว้  ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ความชุกของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นถึงสามและสี่เท่าตามลำดับ รวมกับอัตราการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงล้วนแต่ส่งผลลบต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ใหญ่ ประชากรไทยอายุ 15 ปีเพียงร้อยละ 85 เท่านั้นที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุครบ 60 ปี

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน เมษายน พ.ศ. 256

    ในปี  2562 นี้ถือเป็นปีแห่งการเริ่มต้นแผนการดำเนินงานของกรอบความร่วมมือในการพัฒนาประเทศไทยฉบับใหม่ (CPF) ระหว่างปีงบประมาณ 2562 – 2565 และยังเป็นปีที่ครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารโลกกับราชอาณาจักรไทย ซึ่งประเทศไทยได้กลายมาเป็นสมาชิกลำดับที่ 47 ของธนาคารโลกเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2492 ทั้งนี้ราชอาณาจักรไทยและกลุ่มธนาคารโลกได้สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยเรื่อยมา โดยกรอบความร่วมมือนี้ได้พัฒนามาจากการกู้ยืมและการบริการงานวิเคราะห์วิจัยในแบบเดิมไปสู่ความร่วมมือด้านความรู้โดยใช้นวัตกรรมดำเนินการ ซึ่งเห็นได้จากการที่ประเทศไทยเลื่อนสถานะเป็นประเทศรายได้ปานกลาง กรอบความร่วมมือในการพัฒนานี้ช่วยส่งเสริมประเทศไทยให้บรรลุแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) เน้นการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อขจัดความยากจนและการเพิ่มความมั่งคั่งโดยรวมของสังคม

    เป้าหมายที่ครอบคลุมของกรอบความร่วมมือคือการช่วยให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าเติบโตอย่างทั่วถึงและมีความยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 6 ประการดังนี้

    ·      ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจผ่านการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันและด้านนวัตกรรม

    • สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันด้านงบประมาณการคลังและเศรษฐกิจ
    • เพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    • แก้ไขปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรน้ำ
    • ส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
    • ช่วยเหลือกลุ่มคนที่อ่อนแอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและเปราะบางในภาคใต้ของประเทศไทย

    ปัจจุบันผลงานของธนาคารโลกในประเทศไทยประกอบด้วยกองทุนทรัสต์เพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนา การให้บริการที่ปรึกษาและการบริการวิเคราะห์วิจัย (ASA)  ขณะนี้ประเทศไทยไม่ได้มีการกู้ยืมเงินกับธนาคารโลกแล้ว ข้อมูลล่าสุดในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกองทุนทรัสต์มูลค่า 4.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านสภาพแวดล้อมและการสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย มีโครงการให้บริการที่ปรึกษาและการบริการวิเคราะห์วิจัยอยู่ 8 โครงการ รวมถึงอีก 1 โครงการที่ธนาคารโลกบริการให้คำปรึกษาแบบมีค่าใช้จ่ายครอบคลุมเรื่องการวิเคราะห์เศรษฐกิจในระดับมหภาค ปัญหาของพลาสติกในระบบนิเวศทางทะเล การศึกษา ผลิตภาพของประเทศ การคุ้มครองทางสังคม การประเมินความยากจนและการกระจายความมั่งคั่งแก่คนไทยทุกคน

    บรรษัทการเงินระหว่างประเทศหรือ IFC– สถาบันของกลุ่มธนาคารโลกที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ภาคเอกชนโดยอาศัยหลักการของกรอบแผนกลยุทธ์ 3.0  โดยมีโครงการที่ IFC ให้ความสำคัญดังนี้ (i) โครงสร้างพื้นฐานโดยเน้นไปที่ประโยชน์จากการร่วมมือเป็นพันธมิตรกันของภาคเอกชน; (ii)นวัตกรรมที่

    ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างทั่วถึงในราคาไม่แพง และด้านผลิตภัณฑ์ประกันต่างๆ; (iii) การเติบโตสีเขียวโดยเน้นให้ความสําคัญเป็นพิเศษกับเรื่องเทคโนโลยีและการเพิ่มเงินสนันสนุนด้านสภาพอากาศเพื่อช่วยให้ประเทศไทยมีรูปแบบการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ (iv) การพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน; และ (v) เสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออํานวยในการยกระดับการจัดหาเงินทุนเชิงพาณิชย์มากขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มทรัพยากรสาธารณะให้ได้สูงสุด

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน เมษายน พ.ศ. 2563

    ธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายด้านการพัฒนาผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานคลังสมอง และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในท้องถิ่น

    ธนาคารโลกให้เงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งนับแต่ปี 2547 เป็นต้นมามีผู้คนกว่า 6,000 คนได้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้  โครงการจากกองทุนเงินช่วยเหลือที่ดำเนินการไปแล้วใน 27 ชุมชนได้แสดงให้เห็นคุณค่าการพัฒนาชุมชน และการสร้างศักยภาพเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและปรับปรุงความสามารถของภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

    นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับเงินจากกองทุนช่วยเหลือเพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทยลดใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนซึ่งเป็นอันตรายต่อสภาวะโลกร้อนเป็นอย่างมาก โครงการลดละเลิกการใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (HCFC) นี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา โครงการนี้ช่วยให้สถานประกอบการผลิตโฟมขนาดเล็กและขนาดกลางกว่า 80 แห่งเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนที่เทคโนโลยีในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่ำ

    ประเทศไทยยังได้ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงาน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้เป็นจำนวน 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อบริหารและปกป้องผืนป่าของไทย

    ธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วย คปภ. สามารถประเมินตนเองในเรื่องการกำกับดูแล และให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงานของ คปภ. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล  โครงการของคปภ. ที่ร่วมกับธนาคารโลกนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถเติบโตและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องคนไทยจากความเสี่ยงและสูญเสีย   ธนาคารโลกได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเสร็จสิ้นไปแล้วอีก 2 โครงการ ได้แก่ การปรับปรุงภาคระบบราง  การให้คำปรึกษาเพื่อปฏิรูปการดำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย และการปรับปรุงการใช้จ่ายเงินภาครัฐด้านการศึกษา

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการต่างประเทศ ธนาคารโลก และยูนิเซฟร่วมกันจัดการประชุมระดับสูงอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาทุนมนุษย์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ซึ่งมีตัวแทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียนมาร่วมประชุมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์และสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ

    ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อทบทวนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาและนำเสนอบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง  รายงานนี้ให้คำแนะนำเรื่องนโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้จัดพิมพ์งานวิเคราะห์วิจัยอื่น ๆ อาทิ กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคนซึ่งประเมินความท้าทายที่กดดันและโอกาสในการยุติความยากจน นอกจากนี้ยังมี รายงานเรื่อง การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาจะช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพให้แรงงานได้อย่างไร รวมถึงรายงานเรื่อง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI ในประเทศไทย

Api


การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)

มัลติมีเดีย

Image
click
มัลติมีเดีย Arrow


แกลเลอรี่รูปถ่าย

ดูรูปอื่น ๆ Arrow

เรื่องเชิงลึก

70 ปีธนาคารโลกในประเทศไทย

จากการพัฒนาแบบเดิมไปสู่ความร่วมมือด้านความรู้และนวัตกรรม

กรอบความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศไทย

กรอบความร่วมมือนี้จะสนับสนุนการปฏิรูปของประเทศไทยให้พัฒนาเป็นเศรษฐกิจที่มีส่วนร่วมและมีความยั่งยืนและพัฒนาด้านนวัตกรรม

การป้องกันชั้นบรรยากาศโอโซนและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ธนาคารโลกได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2537 เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ลดการใช้สารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

การพัฒนาทุนมนุษย์ในภูมิภาคอาเซียน

เด็กที่เกิดในประเทศสมาชิกอาเซียนในวันนี้โดยเฉลี่ยแล้วคาดว่าจะมีโอกาสได้ใช้ศักยภาพของตนเองที่มีอยู่เพียงร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับเด็กที่เกิดในประเทศที่มีการศึกษาและระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพสูง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศ

สำนักงานประจำประเทศไทย
ชั้น 30 อาคารสยามเทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-686-8300
thailand@worldbank.org
สำนักงานใหญ่
1818 ถนนเอชเอ็นดับเบิลยู กรุงวอชิงตัน ดึซี 20433
+1-202-473-4709
eastasiapacific@worldbank.org