ภาพรวม

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2562

    ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา  ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและได้รับการยกระดับจากประเทศรายได้ต่ำเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในช่วงเวลาน้อยกว่าหนึ่งช่วงอายุคน  ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงถูกนำไปอ้างอิงถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาไปทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง รวมถึงการลดความยากจนได้อย่างรวดเร็ว

    ในช่วงปี 2529-2539 นับเป็นยุคที่เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู  เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  ต่อมาในช่วงปี 2542-2548 หลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย  เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี  ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้สร้างงานหลายล้านตำแหน่งและช่วยให้คนหลายล้านคนได้หลุดพ้นจากความยากจน  นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสวัสดิการของภาครัฐในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ  เด็กนักเรียนที่สามารถเรียนต่อในระดับชั้นสูงขึ้นมีจำนวนเพิ่มขึ้น  ระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกคนอย่างชัดเจน  ในขณะที่ระบบคุ้มครองทางสังคมอื่น ๆ ได้ขยายบริการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น  

    ความยากจนลดลงอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 67 เมื่อปี 2529 เหลือเพียงร้อยละ 7.8 ใน 2560  (วัดจากเส้นความยากจนของประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่มีรายได้เฉลี่ย 5.5 เหรียญสหรัฐต่อวัน) หากเทียบกับทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยได้ชะลอการเติบโตลงในช่วงปี 2558-2560 ราคาสินค้าเกษตรที่ตกลงและผลกระทบด้านลบต่อเกษตรกรซึ่งมีผลให้แต่ละครัวเรือนมีความเป็นอยู่ที่แย่ลง  ในช่วงเวลาเดียวกันนี้พบว่าการจ้างงานในภาคเกษตรและภาคการผลิตลดลง และค่าจ้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากมองในระดับประเทศแล้ว จำนวนคนยากจนเพิ่มขึ้น 478,000 คนเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทางการเคยประมาณการณ์ไว้เมื่อปี 2558  ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น

    ความเหลื่อมล้ำเมื่อวัดจากค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคด้านรายได้ (Gini coefficient) เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2558-2560 ในช่วงเวลานี้ การบริโภคต่อหัวของครัวเรือนสูงขึ้น แต่การบริโภคของครัวเรือนที่จนล่างสุดร้อยละ 40 กลับลดลง

    จากรายงานดัชนีทุนมนุษย์ซึ่งวัดระดับผลิตภาพของประชากรวัยทำงานรุ่นใหม่กับศักยภาพที่พวกเขาพึงมีหากได้รับการศึกษาและการดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุด ผลการศึกษาพบว่าคุณภาพการศึกษาเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดของประเทศไทย เด็กไทยที่เกิดวันนี้คาดว่าจะได้รับการศึกษาในโรงรียนก่อนจะอายุครบ 18 ปีเป็นเวลา 12.4 ปี แต่หากวัดจากคุณภาพการเรียนรู้แล้วพบว่า เด็กไทยจะมีความสามารถเทียบเท่ากับการได้เข้าเรียนเป็นเวลาเพียง 8.6 ปี ซึ่งมีความต่างในการเรียนรู้ 3.8 ปี

    อัตราการรอดขีวิตของผู้ใหญ่ไทยที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปีต่ำกว่าครึ่งของประเทศอื่น ๆ ที่ได้มีการบันทึกข้อมูลไว้  ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ความชุกของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นถึงสามและสี่เท่าตามลำดับ รวมกับอัตราการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงล้วนแต่ส่งผลลบต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ใหญ่ ประชากรไทยอายุ 15 ปีเพียงร้อยละ 85 เท่านั้นที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุครบ 60 ปี

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2562

    ธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายด้านการพัฒนาผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานคลังสมอง และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในท้องถิ่น

    ธนาคารโลกให้เงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งนับแต่ปี 2547 เป็นต้นมามีผู้คนกว่า 6,000 คนได้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้  โครงการจากกองทุนเงินช่วยเหลือที่ดำเนินการไปแล้วใน 27 ชุมชนได้แสดงให้เห็นคุณค่าการพัฒนาชุมชน และการสร้างศักยภาพเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและปรับปรุงความสามารถของภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

    นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับเงินจากกองทุนช่วยเหลือเพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทยลดใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนซึ่งเป็นอันตรายต่อสภาวะโลกร้อนเป็นอย่างมาก โครงการลดละเลิกการใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (HCFC) นี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา โครงการนี้ช่วยให้สถานประกอบการผลิตโฟมขนาดเล็กและขนาดกลางกว่า 80 แห่งเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนที่เทคโนโลยีในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่ำ

    ประเทศไทยยังได้ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงาน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้เป็นจำนวน 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อบริหารและปกป้องผืนป่าของไทย

    ธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วย คปภ. สามารถประเมินตนเองในเรื่องการกำกับดูแล และให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงานของ คปภ. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล  โครงการของคปภ. ที่ร่วมกับธนาคารโลกนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถเติบโตและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องคนไทยจากความเสี่ยงและสูญเสีย   ธนาคารโลกได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเสร็จสิ้นไปแล้วอีก 2 โครงการ ได้แก่ การปรับปรุงภาคระบบราง  การให้คำปรึกษาเพื่อปฏิรูปการดำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย และการปรับปรุงการใช้จ่ายเงินภาครัฐด้านการศึกษา

    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการต่างประเทศ ธนาคารโลก และยูนิเซฟร่วมกันจัดการประชุมระดับสูงอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาทุนมนุษย์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ซึ่งมีตัวแทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียนมาร่วมประชุมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์และสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ

    ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อทบทวนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาและนำเสนอบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง  รายงานนี้ให้คำแนะนำเรื่องนโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้จัดพิมพ์งานวิเคราะห์วิจัยอื่น ๆ อาทิ กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคนซึ่งประเมินความท้าทายที่กดดันและโอกาสในการยุติความยากจน นอกจากนี้ยังมี รายงานเรื่อง การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาจะช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพให้แรงงานได้อย่างไร รวมถึงรายงานเรื่อง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI ในประเทศไทย

  • ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เดือน เมษายน พ.ศ. 2562

    ธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนโดยสนับสนุนกองทุนเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานคลังสมอง และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในท้องถิ่น

    ธนาคารโลกให้เงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งนับแต่ปีพ.ศ. 2547 เป็นต้นมามีผู้คนกว่า 6,000 คนได้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้  โครงการจากกองทุนเงินช่วยเหลือที่ดำเนินการไปแล้วใน 27 ชุมชนได้แสดงให้เห็นคุณค่าการพัฒนาชุมชน และการสร้างศักยภาพเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและปรับปรุงความสามารถของภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

    นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับเงินจากกองทุนช่วยเหลือเพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทยลดใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนซึ่งเป็นอันตรายต่อสภาวะโลกร้อนเป็นอย่างมาก เช่น โครงการลดละเลิกการใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (HCFC) ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปเมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา โครงการนี้ช่วยให้สถานประกอบการผลิตโฟมขนาดเล็กและขนาดกลางกว่า 80 แห่งเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนและใช้สารที่มีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนต่ำ

    ประเทศไทยยังได้ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงาน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้เป็นจำนวน 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อบริหารและปกป้องผืนป่าของไทย


    ธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเพื่อช่วย คปภ. สามารถประเมินตนเองในเรื่องการกำกับดูแล และให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงานของ คปภ. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล  โครงการของคปภ. ที่ร่วมกับธนาคารโลกนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถเติบโตและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องคนไทยจากความเสี่ยงและสูญเสีย   ธนาคารโลกได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้สัญญาบริการให้คำปรึกษาเสร็จสิ้นไปแล้วอีก 2 โครงการ ได้แก่ การปรับปรุงภาคระบบรางของไทย  การให้คำปรึกษาเพื่อปฏิรูปการดำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย และการปรับปรุงการใช้จ่ายเงินภาครัฐด้านการศึกษา

    ในด้านการเป็นหุ้นส่วนด้านความรู้นั้น  ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อทบทวนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาและนำเสนอบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง  รายงานนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม  นอกจากนี้ยังได้จัดพิมพ์งานวิเคราะห์วิจัยอื่น ๆ อาทิ กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคนซึ่งประเมินความท้าทายที่กดดันและโอกาสในการยุติความยากจนและกระตุ้นการกระจายความมั่งคั่งแก่คนไทยทุกคน  นอกจากนี้ยังมี รายงานเรื่อง การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาจะช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพให้แรงงานได้อย่างไร รวมถึงรายงานเรื่อง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI ในประเทศไทย

Api


การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)

มัลติมีเดีย

Image
click
มัลติมีเดีย Arrow


แกลเลอรี่รูปถ่าย

ดูรูปอื่น ๆ Arrow

เรื่องเชิงลึก

image

กรอบความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศไทย

กรอบความร่วมมือนี้จะสนับสนุนการปฏิรูปของประเทศไทยให้พัฒนาเป็นเศรษฐกิจที่มีส่วนร่วมและมีความยั่งยืนและพัฒนาด้านนวัตกรรม

image

การระดมสมองเพื่อหาแนวทางสร้างสรรค์สำหรับการปกป้องโอโซนในประเทศไทย

ผู้เข้าร่วมการระดมสมองเชิงนโยบายเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อตกผลึกความคิดใหม่และพัฒนานโยบายภาครัฐจากประชาชนเพื่อปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซน

image

การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของ LGBTI

ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นผู้นำในเรื่องการมีส่วนร่วมของกลุ่มเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ และคนเพศกำกวม (LGBTI)

image

ข้าวแกงช่วยสร้างสันติภาพ

ในพื้นที่ขัดแย้งสามจังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนช่วยให้ชาวบ้านได้รวมตัวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศ

สำนักงานประจำประเทศไทย
ชั้น 30 อาคารสยามเทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-686-8300
thailand@worldbank.org
สำนักงานใหญ่
1818 ถนนเอชเอ็นดับเบิลยู กรุงวอชิงตัน ดึซี 20433
+1-202-473-4709
eastasiapacific@worldbank.org