ภาพรวม

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561

    ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและได้รับการยกระดับจากประเทศรายได้น้อยเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในเวลาน้อยกว่าหนึ่งช่วงอายุคน  ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงถูกนำไปอ้างอิงถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาไปทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง รวมถึงการลดความยากจนได้อย่างรวดเร็วในช่วงยุค 80 (พ.ศ. 2523-2533)

    ในช่วงปีพ.ศ. 2529-2539 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ซึ่งเป็นยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู ต่อมาในหลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียระหว่างปีพ.ศ. 2542-2548 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้สร้างงานหลายล้านตำแหน่งและช่วยให้คนหลายล้านคนได้หลุดพ้นจากความยากจน  นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสวัสดิการของภาครัฐในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ เด็กนักเรียนสามารถเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกคนอย่างชัดเจน  ในขณะที่ระบบคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ ก็มีการขยายบริการให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้น หลังจากเศรษฐกิจไทยชะลอการเติบโตในระหว่างปีพ.ศ. 2538-2548 ที่ร้อยละ 3.5 และมีบางช่วงที่เติบโตเพียงร้อยละ 2.3 ระหว่างปีพ.ศ. 2557-2559 ปัจจุบันประเทศไทยได้กลับมาสู่เส้นทางการเติบโตอีกครั้ง เศรษฐกิจไทยเติบโตร้อยละ 4.8 ในช่วงไตรมาสแรกของปีพ.ศ. 2561 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 เป็นต้นมา

    ความยากจนลดลงอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 67 เมื่อปีพ.ศ. 2529 เหลือเพียงร้อยละ 7.1 ในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจเติบโตและผลผลิตทางการเกษตรมีราคาสูง อย่างไรก็ดี ความยากจนและความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และภัยแล้งซ้ำซาก โดยปีพ.ศ. 2556 ร้อยละ 80 ของคนยากจน ซึ่งเป็นจำนวนประมาณ 7,300,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท  นอกจากคนกลุ่มนี้แล้ว ยังมีประชากรอีกว่า 6,700,000 คน ที่มีรายได้สูงกว่าเส้นความยากจนของประเทศเพียงร้อยละ 20 ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะกลับไปเป็นคนยากจนอีกได้ อัตราความยากจนคาดว่าจะลดลงอย่างช้าๆ ในพื้นที่ชนบทเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรอาจมีราคาต่ำกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ มีปัจจัยเสี่ยงที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะกระจายไม่ทั่วถึงอันจะส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และการบริโภคของครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นซึ่งสามารถเห็นได้ในภูมิภาคที่ล้าหลังทั่วประเทศไทย

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างสดใสได้อีกครั้งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยจะสามารถจัดการกับอุปสรรคด้านโครงสร้างที่ขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมได้เร็วแค่ไหน โดยประเทศไทยมีโอกาสบรรลุเป้าหมายนี้ได้โดยการขยายการค้าเพื่อผสานรวมกับเศรษฐกิจโลก สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนแบบผลิกโฉมของภาครัฐเพื่อดึงดูดตลาดทุนภาคเอกชน  กระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการปรับปรุงบริการภาครัฐทั่วประเทศ มาตรการเหล่านี้จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้สูงขึ้นอย่างสมดุลย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความยากจนขั้นรุนแรง และส่งเสริมให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งแก่ประชาชนทุกคน

    ประเทศไทยได้วางเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วผ่านการปฏิรูปหลายด้าน  การปฏิรูปนี้ให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ โอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ขีดความสามารถในการแข่งขัน และระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ  การปฏิรูปที่ได้เริ่มดำเนินการแล้วได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาดำเนินการหลายปี การปรับปรุงระบบรถไฟรางคู่ การปฏิรูปด้านกฏระเบียบข้อบังคับเพื่อปรับปรุงความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ การถ่ายโอนการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจไปอยู่ภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย การอนุมัติภาษีมรดกและภาษีอสังหาริมทรัพย์ในอัตราก้าวหน้า และการเปิดตัวกองทุนการออมแห่งชาติซึ่งมาแทนที่โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมของแรงงานนอกระบบที่ยกเลิกไป

    ในอนาคต การปฏิรูปจะสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน มีคุณภาพ และมีการนำไปใช้ดำเนินการได้ดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ความพยายามในการปฏิรูปส่งผลให้เกิดความสำเร็จทางเศรษฐกิจตามที่มุ่งหวังไว้ นอกจากนี้ การปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับปรุงประสิทธิผลของภาครัฐ รวมถึงการปรับปรุงการศึกษาและทักษะล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากสถานะประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561

    ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกมุ่งเน้นเรื่องการแบ่งปันความรู้ และการให้คำแนะนำด้านเทคนิคในเรื่องนโยบายการพัฒนาประเทศ รวมถึงการระดมเงินทุนและการสนับสนุนเพื่อพัฒนาการเงินของภาคเอกชน นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศผู้บริจาคให้สมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศซึ่งเป็นสถาบันภายใต้กลุ่มธนาคารโลกเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจนมาก

    ความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนาคารโลกและประเทศไทยมุ่งเน้นที่เรื่องการสร้างให้เกิดการสนทนาด้านนโยบายทางเศรษฐกิจ บรรยากาศทางธุรกิจและการลงทุน ทุนมนุษย์ และการพัฒนาทักษะ ระบบการเงินระดับฐานรากในชนบท การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาโดยให้ชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนในพื้นที่ขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนใต้

    ธนาคารโลกได้เปิดตัวรายงานแนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบ กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคน ซึ่งได้วิเคราะห์แนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 รายงานนี้ได้ระบุความโอกาสของประเทศไทยที่จะเดินหน้าเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอีกครั้ง และกลับมาสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม มีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และคนไทยทุกคนได้รับประโยชน์จากการเติบโตนี้

    จากรายงานแนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบนี้เอง กลุ่มธนาคารโลกได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมกรอบความร่วมมือในการพัฒนาประเทศฉบับใหม่ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศระยะยาวได้ในเวลาไม่กี่ปีถัดจากนี้ไป กรอบความร่วมมือนี้จะถูกนำเข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคารโลกในปีนี้

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561

    ธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนรวมทั้งสนับสนุนเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าของธนาคารโลกที่มอบให้ความร่วมมือระหว่างองค์กร หน่วยงานคลังสมอง และสถาบันการศึกษาต่างๆ ในท้องถิ่น

    ตัวอย่างเช่น ธนาคารโลกให้เงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ และส่งเสริมการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ งานที่ธนาคารโลกได้ดำเนินการอยู่นี้สอดคล้องกับประเด็นการพัฒนาที่ประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น และประเด็นสำคัญของโลกที่กลุ่มธนาคารโลกให้ความสำคัญ ได้แก่ การดำเนิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์ความขัดแย้งและเปราะบาง  โครงการเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าที่ดำเนินการไปแล้วใน 27 ชุมชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ได้ช่วยให้เห็นคุณค่าของการพัฒนาชุมชน การสร้างขีดความสามารถเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและปรับปรุงขีดความสามารถของภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ส่วนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตเครื่องปรับอากาศและผลิตภัณฑ์โฟมของไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดละเลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงาน ประเทศไทยยังได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้เป็นจำนวน 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อบริหารและปกป้องผืนป่าของไทย

    ธนาคารโลกได้ให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภายใต้สัญญาการให้บริการที่ปรึกษาเป็นครั้งแรก ทั้งนี้เพื่อช่วย คปภ. สามารถประเมินตนเองในเรื่องการกำกับดูแล และให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงานของ คปภ. สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โครงการของคปภ. ที่ร่วมกับธนาคารโลกนี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถเติบโตและขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องคนไทยจากความเสี่ยงและสูญเสีย นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังได้ดำเนินโครงการภายใต้สัญญาการให้บริการที่ปรึกษาอีก 2 โครงการ ได้แก่ การปรับปรุงระบบรางของไทยและการใช้จ่ายเงินภาครัฐในด้านการศึกษา

    ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อทบทวนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาและนำเสนอบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง  รายงานนี้ยังให้ข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม  นอกจากนี้ยังได้จัดพิมพ์งานวิเคราะห์วิจัยอื่นๆ อาทิ กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคนซึ่งประเมินความท้าทายที่กดดันและโอกาสในการยุติความยากจนและกระตุ้นการกระจายความมั่งคั่งแก่คนไทยทุกคน นอกจากนี้ยังมี รายงานเรื่อง การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาจะช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพให้แรงงานได้อย่างไร รวมถึงรายงานเรื่อง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI ในประเทศไทย

Api


การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)



แกลเลอรี่รูปถ่าย

ดูรูปอื่น ๆ Arrow

เรื่องเชิงลึก

image

การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของ LGBTI

ประเทศไทยสามารถที่จะเป็นผู้นำในเรื่องการมีส่วนร่วมของกลุ่มเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ และคนเพศกำกวม (LGBTI)

image

ข้าวแกงช่วยสร้างสันติภาพ

ในพื้นที่ขัดแย้งสามจังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนช่วยให้ชาวบ้านได้รวมตัวและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

image

ปิดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางสุขภาพของผู้สูงอายุ

จำนวนผู้สูงอายุที่เข้าใช้บริการทางสุขภาพลดลงอย่างมาก มาตรการต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการได้

image

ชี้ประเด็นปัญหาและความท้าทายของโรงเรียนขนาดเล็ก

แม้ว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการขยายการเข้าถึงการศึกษา แต่ประเทศไทยยังคงมีประเด็นที่ต้องพัฒนาอีกมากเพื่อเพิ่มศักยภาพของนักเรียน

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศ

สำนักงานประจำประเทศไทย
ชั้น 30 อาคารสยามเทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
02-686-8300
bsangarun@worldbank.org
สำนักงานใหญ่
1818 ถนนเอชเอ็นดับเบิลยู กรุงวอชิงตัน ดึซี 20433
+1-202-473-4709
eastasiapacific@worldbank.org