Learn how the World Bank Group is helping countries with COVID-19 (coronavirus). Find Out

ข่าวประชาสัมพันธ์

ประเทศไทยยังคงอยู่ใน 20 ประเทศแรกจากการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555




กรุงวอชิงตัน ดี.ซี  23 ตุลาคม 2555 – รายงานฉบับล่าสุดจากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศและธนาคารโลก ระบุว่าประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎข้อบังคับที่เป็นมิตรและเอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในขณะที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ยังคงอยู่ใน 20 ประเทศแรกที่ง่ายต่อการประกอบธุรกิจ ขณะที่มองโกเลียเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านอันดับมากที่สุดในภูมิภาคจากรายงาน Doing Business ประจำปีนี้

รายงานผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ พ.ศ. 2556: กฏข้อบังคับที่ดีกว่า สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Doing Business 2013: Smarter Regulations for Small and Medium-Size Enterprises) ซึ่งเปิดตัวในวันนี้ระบุว่าประเทศไทยได้ทำให้ต้นทุนด้านภาษีลดลงโดยการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

“หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยได้ร่วมมือกัน เพื่อเอื้อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการประกอบธุรกิจ” นางแอนเน็ต ดิ๊กซัน ผู้อำนวยการธนาคารโลกสำนักงานประเทศไทย กล่าว “ปัจจัยดังกล่าว และปัจจัยอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงการศึกษาและการสนับสนุนด้านนวัตกรรมจะช่วยให้ประเทศไทยดึงดูดนักลงทุนและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน”

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ช่วยทำให้การจัดตั้งธุรกิจใหม่ง่ายขึ้น โดยอนุญาตให้นายทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้รับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท  ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย

“ประเทศไทยยังคงความพยายามที่จะลดต้นทุนและเวลาที่การประกอบธุรกิจ ซึ่งแนวทางนี้ ได้ดำเนินการควบคู่กับการปฏิรูป โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมให้มีการแข่งขันสูงขึ้นในภาคบริการ จะช่วยเพิ่มการลงทุนและปรับปรุงการดำเนินงานทางธุรกิจ” นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารโลก กล่าว

รายงานผลการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ประจำปี 2556 ซึ่งครอบคลุมผลการศึกษาระหว่างเดือน มิถุนายน 2554 ถึง เดือนมิถุนายน 2555โดยใช้ข้อมูลสำหรับตัวชี้วัดด้านกฎข้อบังคับที่มีผลต่อขั้นตอนสำคัญ 10 ขั้นตอนของวัฏจักรธุรกิจในประเทศ ผลการศึกษาพบว่า สิงคโปร์ยังคงรั้งอันดับหนึ่งต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 7 ในขณะที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงตามมาเป็นลำดับที่ 2

รายงานความยากง่ายในการประกอบธุรกิจพบว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก 23 ประเทศได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกฏข้อบังคับให้เป็นมิตรต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้นตั้งแต่ปี 2548 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศจีนมีความรุดหน้ามากที่สุดในการปรับปรุงกฏข้อบังคับทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการในประเทศ นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกถึง 11ประเทศ จาก 24 ประเทศมีการปรับปรุงข้อบังคับทางธุรกิจในปีที่ผ่านมา

จีนได้ถูกจัดอยู่ใน 10 ประเทศแรกที่มีกฎข้อบังคับเป็นมิตรต่อการทำธุรกิจตามหลังจากสิงคโปร์และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยประเทศอื่นๆที่ติดอันดับ 10 ประเทศที่มีกฏข้อบังคับเป็นมิตรที่สุดตามลำดับได้แก่ นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) จอร์เจีย และออสเตรเลีย

เกี่ยวกับรายงานชุดความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจ
รายงาน Doing Business วิเคราะห์กฎข้อบังคับที่ใช้กับธุรกิจในประเทศ ตลอดวัฏจักรธุรกิจ ซึ่งรวมถึง การก่อตั้งบริษัทและการเริ่มกิจการ การค้าข้ามพรมแดน การชำระภาษี และการคุ้มครองนักลงทุน โดยความยากง่ายโดยรวมในการประกอบธุรกิจจะถูกวัดจาก 10 ตัวชี้วัด และครอบคลุม 185 ประเทศ  Doing Business ไม่ได้ประเมินสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่อาจส่งผลต่อบริษัทและนักลงทุน ในทุกแง่มุมของ ตัวอย่างเช่น ไม่ได้มีการตรวจวัดคุณภาพของการบริหารจัดการทางการคลัง แง่มุมอื่น ๆเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค ระดับทักษะแรงงาน หรือความแข็งแกร่งของระบบการเงิน ซึ่งผลของรายงาน ได้ก่อให้เกิดการอภิปรายเชิงนโยบายเป็นวงกว้าง และได้ช่วยนำไปสู่การวิจัยในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างกฎระเบียบในระดับองค์กรต่อผลทางเศรษฐกิจทั่วโลก ในปีนี้ รายงาน ชุด Doing Business เป็นรายงานฉบับที่ 10

 

สื่อมวลชนโปรดติดต่อ
ไอเอฟซี วอชิงตัน
Nadine Ghannam
โทร: +1 (202) 684 0832
nsghannam@ifc.org
ไอเอฟซี เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
Hannfried von Hindenburg
โทร: +852 2509-8115
hvonhindenburg@ifc.org
ใน กรุงเทพฯ
Anne Elicano
โทร: 02 686 8385
aelicano@worldbank.org


ข่าวประชาสัมพันธ์ ที่:
DB2013/TH

Api
Api