- add-style
- font-medium
- lp-body-content
กรุงเทพฯ, 16 กันยายน พ.ศ. 2565 – นางมานูเอลา วี. เฟอโร (Manuela V. Ferro) รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการสนับสนุนของธนาคารโลกต่อลําดับความสําคัญด้านการพัฒนาของประเทศไทย
ระหว่างการเยือนประเทศไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กันยายน คุณเฟอโรได้พูดถึงประเทศไทยว่าอัตราการฉีดวัคซีนสูง การเปิดประเทศและยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ประสบความสำเร็จในการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องซึ่งความท้าทายเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับมาตรการด้านเศรษฐกิจเพื่อรองรับกับภาวะเงินเฟ้อที่มีอัตราสูงและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงความพยายามของประเทศไทยในรูปแบบต่างๆเพื่อกระตุ้นและสนับสนุนการลงทุนรวมไปถึงการลงทุนในโครงการต่างๆที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์หรือยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า สำหรับการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้นไดมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความสำคัญของประเทศไทยในฐานะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกที่กำลังจะมาถึงระหว่างวันที่ 18 -19 พฤศจิกายนนี้ และความจำเป็นของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในประเทศไทยและการเชื่อมต่อภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนแนวทางต่างๆที่ธนาคารโลกสามารถให้การสนับสนุนในวาระนี้ได้
“อัตราการเติบโตที่สูงของประเทศไทยสามารถช่วยลดความยากจนจากร้อยละ 65 ในปี พ.ศ.2531 เป็นร้อยละ 9 ในปี พ.ศ.2561” มานูเอลา วี. เฟอโรกล่าว “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเมื่อล่าสุดราคาพลังงานและราคาอาหารทั่วโลกได้พุ่งขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยก็ได้เพิ่มสูงขึ้นอีก ส่งผลให้การเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไป แต่รัฐบาลไทยสามารถจัดการกับสถานการณ์รุนแรงเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี พวกเราจากธนาคารโลกหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป”
เศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากการบริโภคของภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีเกินคาด อ้างอิงตามรายงานตามติดเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุดของธนาคารโลก (Thailand Economic Monitor) อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอัตราที่ช้าที่สุดในบรรดาประเทศหลักๆ ในภูมิภาคอาเซียน เศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราร้อยละ 2.4 ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 หลังจากที่มีการเติบโตในอัตราร้อยละ 1.5 ในปี 2564 การผ่อนคลายนโยบายการเดินทางในหลายๆประเทศช่วยกระตุ้นให้ภาคการท่องเที่ยวค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมา ความพยายามของประเทศไทยในการสร้างความหลากหลายด้านเศรษฐกิจจะช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่ร้ายแรงในอนาคตได้
ธนาคารโลกมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลไทยมายาวนานกว่า 70 ปี โดยมีการให้เงินกู้แก่ประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2493 เพื่อปรับปรุงระบบขนส่งของประเทศไทย รวมถึงปรับปรุงทางรถไฟ ท่าเรือ และทางหลวง และสนับสนุนโครงการชลประทานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ปัจจุบันการมีส่วนร่วมของธนาคารโลกในประเทศไทยเกี่ยวข้องกับการหารือด้านนโยบายเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือด้านเทคนิคโดยให้คําปรึกษาด้านวิชาการ และการสนับสนุนการดำเนินการในประเด็นที่หลากหลาย อาทิเช่น รักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราสูงได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาชุมชนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การศึกษา การลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อพัฒนาการอํานวยความสะดวกต่อการประกอบธุรกิจ
ขนิษฐา คงรักเกียรติยศ
About The World Bank
The World Bank Group has a bold vision: to create a world free of poverty on a livable planet. In more than 100 countries, the World Bank Group provides financing, advice, and innovative solutions that improve lives by creating jobs, strengthening economic growth, and confronting the most urgent global challenges. For more information, please visit www.worldbank.org, www.miga.org, and www.ifc.org.
- add-style