Learn how the World Bank Group is helping countries with COVID-19 (coronavirus). Find Out

เรื่องเด่น วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

ร่วมมือกันเพิ่มความปลอดภัยและลดการสูญเสียชีวิตบนท้องถนนในประเทศไทย

Image

ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากการจราจรบนท้องถนนสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ (Photo: Seksan Pipattanatikanunt/World Bank)


เรื่องเด่น

  • ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในโครงการของมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
  • ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 กองทุนความปลอดภัยบนท้องถนนของธนาคารโลกร่วมกับโครงการตรวจประเมินสภาพถนนนานาชาติ (iRAP) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดอบรมเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ผู้เชี่ยวชาญกว่า 450 คน ตรวจประเมินความปลอดภัยของถนนที่มีความเสี่ยงสูงระยะทางกว่า 1,000 กม. และเปิดตัวโครงการนำร่องที่นำข้อเสนอนแนะเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยบนถนนอโศก สีลมและเยาวราชไปดำเนินการ
  • โครงการตรวจประเมินสภาพถนนนานาชาติ (iRAP)และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำข้อตกลงความร่วมมือเพื่อจัดตั้งโครงการตรวจประเมินสภาพถนนไทย (ThaiRAP) ที่บริหารจัดการและดูแลโดยคนไทยเพื่อการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นไปอย่างยั่งยืน

ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนทั่วโลกประมาณ 1.35 ล้านคน รายงานสถานการณ์ความปลอดภัยบนท้องถนนโลกชี้ว่าปัจจุบันการบาดเจ็บจากการจราจรบนท้องถนนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 8 สำหรับคนทุกวัยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กและคนหนุ่มสาวในช่วงอายุ 5-29 ปี

รายงานประจำปีพ.ศ. 2562 สำหรับกรุงเทพฯ โดยมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์ พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากการจราจรบนท้องถนนสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์  กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่มีประชากร 5.7 ล้านคน และมีจำนวนยานพาหนะจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ถึงร้อยละ 36 ในปีพ.ศ. 2559 มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนของกรุงเทพฯ กว่า 850 คน

ขณะที่อุบัติเหตุบนท้องถนนบางส่วนสามารถคาดการณ์และป้องกันได้ ความพยายามในการลดการเกิดอุบัติเหตุลงอย่างเป็นระบบในสภาพการณ์ที่มีทรัพยากรจำกัดก็เผชิญอุปสรรคจากการขาดข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพที่ระบุพื้นที่และความแม่นยำเพื่อสนับสนุนการดำเนินการแบบมุ่งเป้าเฉพาะ ดังที่นายไมเคิล บลูมเบิร์กกล่าวไว้ว่า “หากคุณวัดมันไม่ได้ คุณก็จัดการมันไม่ได้”

ในเรื่องนี้ ธนาคารโลกและองค์กรอื่น ๆ อีกเก้าแห่งได้ร่วมกับโครงการของมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนโลกอันเป็นโครงการความร่วมมือมูลค่า 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่มุ่งลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บสาหัสจากการจราจรในเมืองต่าง ๆ สิบแห่งของประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว เมืองอื่นๆ อีกเก้าแห่งก็คือ อักกรา ประเทศกานา แอดดิสอบาบา ประเทศเอธิโอเปีย บันดุง ประเทศอินโดนีเซีย โบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ฟอร์ทาเลซา ประเทศบราซิล  นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม มุมไบ ประเทศอินเดีย เซาเปาโล ประเทศบราซิล และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ภายใต้โครงการนี้ แต่ละเมืองจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับจ้างเจ้าหน้าที่สามคนเพื่อทำงานให้กับแนวคิดริเริ่มเรื่องปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเต็มเวลาให้กับของหน่วยงานในแต่ละเมือง เช่น สำนักการจราจรและขนส่งของกรุงเทพมหานคร

“นี่เป็นโครงการที่ดีที่ไม่เพียงแต่พัฒนายุทธศาสตร์ความปลอดภัยบนท้องถนนที่อาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์เท่านั้น แต่ยังดำเนินการทุกด้านที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การสื่อสารและการผลักดันการบังคับใช้กฎหมาย” นวลอนงค์ พันธุ์กำแหง ผู้ประสานงานโครงการจากมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์กล่าว “การมีภาคีระหว่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยให้แน่ใจได้ว่าโครงการจะดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ”

ธนาคารโลกและองค์การอื่น ๆ ที่ร่วมมือกันได้ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการอบรมและการสร้างศักยภาพ จนถึงขณะนี้มีการอบรมผู้เชี่ยวชาญไปแล้วกว่า 450 คนเกี่ยวกับวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนน

ในโครงการนี้ ธนาคารโลกยังร่วมกับโครงการตรวจประเมินสภาพถนนนานาชาติ (iRAP) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการตรวจสอบถนนที่มีความเสี่ยงสูงระยะทางกว่า 1,000 กม.ในช่วงปีพ.ศ. 2558–2561 หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงถนนกว่า 8 กม.ในพื้นที่อโศก สีลม และเยาวราช


"นี่เป็นโครงการที่ดีที่ไม่เพียงแต่พัฒนายุทธศาสตร์ความปลอดภัยบนท้องถนนที่อาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์เท่านั้น แต่ยังดำเนินการทุกด้านที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การสื่อสารและการผลักดันการบังคับใช้กฎหมาย การมีภาคีระหว่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางช่วยให้แน่ใจได้ว่าโครงการจะดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ"
นวลอนงค์ พันธุ์กำแหง
ผู้ประสานงานโครงการจากมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์

Image

บนถนนอโศก มีการออกแบบทางม้าลายใหม่ให้กว้างขึ้นจาก 6 เมตรเป็น 9 เมตรเพื่อให้ผู้ข้ามปลอดภัยขึ้น และมีการตีเส้นซิกแซ็กและทำแถบเตือนแนวขวางบนพื้นถนนเพื่อเตือนให้คนขับชะลอความเร็ว


ตัวอย่างเช่น บนถนนอโศก มีการออกแบบทางม้าลายใหม่ให้กว้างขึ้นจาก 6 เมตรเป็น 9 เมตรเพื่อให้ผู้ข้ามถนนปลอดภัยขึ้น และมีการตีเส้นซิกแซ็กและทำแถบเตือนแนวขวางบนพื้นถนนเพื่อเตือนให้คนขับชะลอความเร็ว มีการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณทางม้าลายสี่แห่ง ตลอดจนวางแนวกีดขวางเพื่อห้ามการกลับรถในจุดห้ามกลับและลดความเสี่ยงที่จะเกิดการชน

บนถนนเยาวราชมีการวางแผงกั้นชั่วคราวและกรวยจราจรตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนเพื่อให้คนเดินถนนปลอดภัยมากขึ้น และเพื่อลดความเร็วของรถในบริเวณตลาดกลางคืน มาตรการนี้ได้เพิ่มพื้นที่คนเดินถนนมากขึ้นถึงสองเท่าในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนบนถนนสีลม มีการติดตั้งรั้วเขียวเป็นแนวยาว 708 เมตรกลางถนนเพื่อให้คนข้ามถนนอย่างถูกต้อง

เดือนพฤศจิกายนเมื่อปีที่แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือศูนย์ความเป็นเลิศของโครงการตรวจประเมินสภาพถนนนานาชาติเพื่อจัดตั้งโครงการตรวจประเมินสภาพถนนของไทย (ThaiRAP) ขึ้นมา

“ความร่วมมือศูนย์ความเป็นเลิศนี้จะมีการอบรมและออกใบรับรองให้กับผู้เชี่ยวชาญในประเทศและดูแลให้การตรวจประเมินสภาพถนนทั่วประเทศเป็นไปตามมาตรฐานที่สูงตามที่กำหนดไว้ในโครงการทั่วโลก” นายร็อบ แม็คอิเนอร์นีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ iRAP กล่าว

ตามแผนการที่วางไว้  ThaiRAP จะเป็นโครงการที่กำกับดูแลและบริหารจัดการโดยคนไทยซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการหารือดำเนินการกับหน่วยงานหลัก ๆ จากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“บทบาทของธนาคารโลกคือ สนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ได้ปรับปรุงสมรรถนะพื้นฐานของตัวเอง ในแง่นี้ โครงการ ThaiRAP นั้นมีความสำคัญที่ประเทศเป็นเจ้าของโครงการเอง เนื่องจากประเทศจะสามารถกำหนดนโยบายเป้าหมายสำหรับถนนทุกเส้นที่กำลังจะต้องบูรณะปรับปรุงหรือสร้างใหม่”  อลิน่า เอฟ เบอร์ลาคู ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งของธนาคารโลกกล่าว “เราหวังที่จะได้เห็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำงานโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ได้ในระดับประเทศ ด้วยมาตรการทางวิศวกรรมความปลอดภัยบนท้องถนนที่มีค่าใช้จ่ายไม่มาก  ก็ทำให้เราสามารถรักษาหลายชีวิตในประเทศไทยไว้ได้”

 



Api
Api