ติดต่อสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศ
สำนักงานประจำประเทศไทย

ชั้น 30 อาคารสยาม
เทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร: (02) 686-8300
thailand@worldbank.org

สำนักงานใหญ่

1818 ถนนเอช
เอ็นดับเบิลยู
กรุงวอชิงตัน ดึซี 20433
โทร: +1-202-473-4709
eastasiapacific@worldbank.org

ภาษา:

ภาพรวม

ธนาคารโลกได้เลื่อนสถานะประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับล่าง เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงในปี 2554 แม้ว่าจะเผชิญกับปัญหาที่ท้าทายด้านการเมือง ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น กล่าวได้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาโดยมียังคงรักษาการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่ง และสามารถลดปัญหาความยากจนได้อย่างน่าประทับใจ

ในช่วงสิบปีก่อน 2538 เศรษฐกิจไทยเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยที่สูงถึงร้อยละ 8-9 ต่อปี ภายหลังจากที่ประเทศไทยฟื้นตัวจาก “วิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย” ในช่วงปี 2540-2541 เศรษฐกิจไทยก็เริ่มทะยานขึ้นอีกครั้ง โดยในช่วงปี 2545-2550 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5.0

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้ชะลอตัวลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา และการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพในปี 2552 และอีกครั้งจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แม้กระนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยก็กำลังค่อยๆ กลับไปสู่ภาวะปกติ โดยเริ่มมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสอยู่ในระดับใกล้เคียงกับก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2551 อัตราการเติบโตของจีดีพีกระเตื้องขึ้นจากอุทกภัยมาเป็นที่ร้อยละ 6.4 ในปี 2554 และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวต่อไปที่ร้อยละ 5.0 ในปี 2556

ผลจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงนี้เองที่ทำให้ปัญหาความยากจนในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 2523 โดยในทศวรรษที่ผ่านมา ความยากจนในไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่ร้อยละ 42.6 ในปี 2543 (ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540) เหลือเพียงร้อยละ 13.2 ในปี 2554 โดยปัญหาความยากจนส่วนใหญ่ในไทยเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชนบท โดยจากจำนวนคนยากจนในประเทศทั้งสิ้น 5.4 ล้านคน กว่าร้อยละ 88 อาศัยอยู่ในชนบท

อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ที่ได้รับจากเศรษฐกิจที่รุ่งโรจน์ไม่ได้กระจายไปอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะในบางภาค เช่น ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งล้าหลังในการลดปัญหาความยากจนกว่าภาคอื่นๆ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาสยังคงเรื้อรังอยู่ ประเทศไทยมีค่าสัมประสิทธิ์จีนี (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งเป็นตัวเลขวัดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้คงตัวอยู่ที่ประมาณ 0.45 มาสองทศวรรษ โดยส่วนมากของความเหลื่อมส้ำนี้อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งยังตามหลังภาคอื่นๆ ของประเทศ

ผลจากนโยบายเศรษฐกิจที่เหมาะสมนี้ ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษได้อย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยน่าจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษในภาพรวมได้เกือบทั้งหมด โดยอัตราการเสียชีวิตของมารดา และอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลดลงอย่างมาก และกว่าร้อยละ 97 ของประชากรทั้งในเมืองและชนบทสามารถเข้าถึงบริการน้ำสะอาดและสุขอนามัย ถึงกระนั้น ยังมีช่องว่างต่างระดับในหลายๆ ด้านในบางภูมิภาค และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังตามหลังอยู่ นอกจากนั้น ยังต้องหันมาให้ความสนใจกับเป้าหมายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมากขึ้น

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกได้เปลี่ยนแปลงจากความสัมพันธ์แบบผู้กู้และผู้ให้กู้มาสู่การเป็นภาคีความรู้ แนวทางหลักแผนยุทธศาสตร์ฉบับปัจจุบันสำหรับประเทศไทย ที่แสดงอยู่ในเอกสารแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระยะสั้นเพื่อการพัฒนา มุ่งเน้นที่การช่วยเหลือประเทศไทยให้ฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม และการกระจายการเติบโตไปสู่ทุกหน่วยในวงกว้าง หลังจากที่ผลกระทบจากวิกฤตทางเมืองปี 2551-2552 ได้คลี่คลายลงไปมาก ธนาคารโลกกำลังอยู่ในกระบวนการให้คำปรึกษากับรัฐบาลในการที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่สถานภาพของประเทศที่มีรายได้สูง

แผนยุทธศาสตร์ฉบับปัจจุบันสำหรับประเทศไทย ที่แสดงอยู่ในเอกสารแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระยะสั้นเพื่อการพัฒนา ได้ผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการบริหารของธนาคารโลกในเดือนพฤศจิกายน 2553

ประเด็นแรกของแผนยุทธศาสตร์ระยะสั้นประกอบไปด้วยงานวิเคราะห์ด้านการบริหารจัดการการคลัง ซึ่งรวมไปถึงรายงานการบริหารการเงินการคลังสาธารณะของประเทศไทยฉบับล่าสุด ซึ่งเน้นที่ความสัมพันธ์ด้านการคลังระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ช่วยให้รัฐได้ปรับปรุงการบริการสาธารณะ และประสิทธิภาพของการกระจายอำนาจ ธนาคารโลกยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาสถาบันภาครัฐ โดย

  • เพิ่มประสิทธิภาพกรอบการทำงานด้านการบริหารจัดการการเงินการคลังภาครัฐโดยปรับปรุงการบริหารภาครัญและความรับผิดชอบในหน้าที่
  • เพิ่มทักษะและความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ
  • ปรับปรุงคุณภาพและระยะเวลาในการให้บริการ

ประเด็นที่สองของแผนยุทธศาสตร์เน้นที่

  • บริการสาธารณะและการคุ้มครองทางสัมคม
  • การปฏิรูปธรรมาภิบาลและภาครัฐ และ
  • โครงสร้างพื้นฐานและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

ระหว่างการดำเนินการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ธนาคารโลกให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างจำกัดแก่ประเทศไทย ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีโครงการลงทุนภายใต้ธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศเพียงโครงการเดียวที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ คือ โครงการบริหารจัดการทางหลวง

งานหลักของธนาคารโลกในประเทศไทยจะยังคงเน้นให้ความสำคัญกับผลผลิตด้านองค์ความรู้และการบริการให้คำปรึกษา ทั้งนี้ แผนงานเน้นไปที่รายงานชูธงสองฉบับที่จะนำเสนอประเด็นใหญ่ที่เกี่ยวโยงถึงความสลักสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • รายงานการบริหารจัดการการเงินการคลังภาครัฐ ซึ่งจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น และจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ และประสิทธิภาพของการกระจายอำนาจ
  • บันทึกเศรษฐกิจไทย ซึ่งจะช่วยประเมินศักยภาพของยุทธศาสตร์การพัฒนาในด้านต่างๆ ของประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ธนาคารโลกจะให้เงินทุนสนับสนุนในหลายรูปแบบ แต่จากการวิเคราะห์พบว่า ประเทศไทยมีความต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารโลกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การสนับสนุนทางเทคนิคและงานวิเคราะห์กรอบการทำงานด้านการบริหารจัดการการเงินการคลังภาครัฐ ตั้งแต่การจัดทำกรอบงบประมาณ ไปจนถึงการใช้จ่ายเงินประมาณ และการบริหารรายได้ภาครัฐ รวมถึงการให้บริการและการดำเนินงานของภาครัฐ ล้วนมีส่วนช่วยวางกรอบแผนงานปฏิรูปภาครัฐของไทย และได้ช่วยพัฒนาให้ประเทศไทยมีระบบงบประมาณที่เข้มแข็งที่สุดในภูมิภาคนี้ ธนาคารโลกยังได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร

ธนาคารฯ ให้การสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการออกใบอนุญาตบริการอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการแข่งขันทางการตลาด และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการ

การสร้างกองทุนและให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคช่วยให้ประเทศไทยอยู่ในกระบวนการลดสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และเปลี่ยนการใช้สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอนในเครื่องทำความเย็น ทั้งนี้ ไม่ได้เพียงลดการทำลายชั้นโอโซน แต่ยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

ในด้านการศึกษา ธนาคารโลก เสนองานวิเคราะห์เพื่อชี้ประเด็นที่ควรปฏิบัติเป็นอันดับต้นๆ รวมถึง การทำความเข้าใจกับปัญหาการชะลอและถดถอยลงของผลคะแนนสอบของเด็กนักเรียน และการเพิ่มคุณภาพการศึกษาที่ตอบสนองต่อตลาดของอุดมศึกษา (ภาษาอังกฤษ)

ในด้านสาธารณสุข ธนาคารโลก ให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ในหลายด้าน เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐในการดำเนินงานปฏิรูประบบสาธารณสุข และช่วยฟื้นความพยายามในการป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี/เอดส์

โครงการช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนเพื่อชาติและการสร้างสันติภาพ (ภาษาอังกฤษ) เป็นการนำร่องไปสู่วิธีการทำงานด้วยความเหมาะสมด้านวัฒนธรรมและการให้ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผลการศึกษาของธนาคารโลก หลายฉบับมีส่วนในการนำไปกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตัวอย่างจากสองรายงานนี้ ได้แก่ รายงานบรรยากาศการลงทุน: ความสามารถในการแข่งขันของบริษัท และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (ภาษาอังกฤษ) และ รายงานก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ของไทย (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งเป็นการศึกษาร่วมกันกับคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบบรรยากาศในการลงทุนของไทย รวมถึง ผลประกอบการของอุตสาหกรรมหลักของไทย เพื่อเสนอแนะแนวนโยบายว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเข้มแข็งมากขึ้น

การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)

ในกลุ่มธนาคารโลก

งานของกลุ่มธนาคารโลกที่กำลังดำเนินการอยู่ในประเทศไทย