ภาพรวม

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อกันยายน 2560

    ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดและได้รับการยกระดับจากประเทศรายได้น้อยเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงในเวลาน้อยกว่าหนึ่งช่วงอายุคน  ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงถูกนำไปอ้างอิงถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาไปทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง รวมถึงการลดความยากจนได้อย่างรวดเร็วในช่วงยุค 80 (พ.ศ. 2523-2533)

    ในช่วงปีพ.ศ. 2529-2539 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ซึ่งเป็นยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู ต่อมาในหลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียระหว่างปีพ.ศ. 2542-2548 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้สร้างงานหลายล้านตำแหน่งและช่วยให้คนหลายล้านคนได้หลุดพ้นจากความยากจน  นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาสวัสดิการของภาครัฐในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ เด็กนักเรียนสามารถเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชาชนทุกคนอย่างชัดเจน  ในขณะที่ระบบคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ ก็มีการขยายบริการให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้น หลังจากเศรษฐกิจไทยชะลอการเติบโตในระหว่างปีพ.ศ. 2538-2548 ที่ร้อยละ 3.5 และมีบางช่วงที่เติบโตเพียงร้อยละ 2.3 ระหว่างปีพ.ศ. 2557-2559 ปัจจุบันประเทศไทยได้กลับมาสู่เส้นทางการเติบโตอีกครั้ง เศรษฐกิจของไทยในปีพ.ศ. 2560 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3.5 และขยายตัวเพิ่มเป็นร้อยละ 3.6 ในปีพ.ศ. 2561

    ความยากจนลดลงอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 67 เมื่อปีพ.ศ. 2529 เหลือเพียงร้อยละ 11 ในปีพ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจเติบโตและผลผลิตทางการเกษตรมีราคาสูง อย่างไรก็ตาม ความยากจนและความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญของกลุ่มประชากรที่มีเปราะบางซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และภัยแล้งซ้ำซาก โดยปีพ.ศ. 2556 ร้อยละ 80 ของคนยากจน ซึ่งเป็นจำนวนประมาณ 7,300,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท  นอกจากคนกลุ่มนี้แล้ว ยังมีประชากรอีกว่า 6,700,000 คน ที่มีรายได้สูงกว่าเส้นความยากจนของประเทศเพียงร้อยละ 20 ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะกลับไปเป็นคนยากจนได้ แม้ว่าความเหลื่อมล้ำจะลดลงในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา แต่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ครัวเรือนและการบริโภคยังคงเพิ่มขึ้นและมีนัยสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยที่คนยากจนส่วนมากจะอาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และจังหวัดชายแดนใต้

    ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างสดใสได้อีกครั้งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยจะสามารถจัดการกับอุปสรรคด้านโครงสร้างที่ขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจร่วมไปกับส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมได้เร็วแค่ไหน โดยประเทศไทยมีโอกาสบรรลุเป้าหมายนี้ได้โดยการขยายการค้าเพื่อผสานรวมกับเศรษฐกิจโลก สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนแบบผลิกโฉมของภาครัฐเพื่อดึงดูดตลาดทุนภาคเอกชน  กระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการปรับปรุงบริการภาครัฐทั่วประเทศ มาตรการเหล่านี้จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้สูงขึ้นอย่างสมดุลย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความยากจนขั้นรุนแรง และส่งเสริมให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งแก่ประชาชนทุกคน

    ประเทศไทยได้วางเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วผ่านการปฏิรูปในหลายด้าน  การปฏิรูปนี้ให้ความสำคัญในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ โอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ขีดความสามารถในการแข่งขัน และระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ  การปฏิรูปที่ได้เริ่มดำเนินการได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาดำเนินการหลายปี ทั้งการปรับปรุงระบบรถไฟรางคู่ การปฏิรูปด้านกฏระเบียบข้อบังคับเพื่อปรับปรุงความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจให้ดีขึ้น การถ่ายโอนการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจไปอยู่ภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย การอนุมัติภาษีมรดกและภาษีอสังหาริมทรัพย์ในอัตราก้าวหน้า และการเปิดตัวกองทุนการออมแห่งชาติซึ่งมาแทนที่โครงข่ายคุ้มครองทางสังคมของแรงงานนอกระบบที่ยกเลิกไป 

    ในอนาคต การปฏิรูปจะสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน มีคุณภาพและมีการนำไปใช้ดำเนินการได้ดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ความพยายามในการปฏิรูปส่งผลให้เกิดความสำเร็จทางเศรษฐกิจตามที่มุ่งหวังไว้ นอกจากนี้ การปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในเรื่องการศึกษา ขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและระบบราชการ  ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง  ธนาคารโลกสนับสนุนนโยบายการปฏิรูปที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อกันยายน 2560

    ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกใช้แนวทางการแบ่งปันความรู้ และการให้คำแนะนำด้านเทคนิคในเรื่องนโยบายการพัฒนาประเทศ รวมถึงการระดมเงินทุนและการสนับสนุนเพื่อพัฒนาด้านการเงินของภาคเอกชน นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศผู้บริจาคให้สมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศซึ่งเป็นสถาบันภายใต้กลุ่มธนาคารโลกเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจนมาก

    ความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนาคารโลกและประเทศไทยมุ่งเน้นที่เรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจ ภาคเอกชน/บรรยากาศทางธุรกิจและการลงทุน ทุนมนุษย์ และการพัฒนาทักษะ ระบบการเงินระดับฐานรากในชนบท การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาโดยให้ชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนในพื้นที่ขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนใต้

    นอกจากนี้ รายงานของกลุ่มธนาคารโลกเรื่อง แนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบ: กลับสู่เส้นทางและฟื้นฟูการเติบโต ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ระบุโอกาสที่จะทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจของไทยกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง และสานต่อโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และให้ประโยชน์แก่คนไทยทุกคน

    จากรายงานแนวทางการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นระบบนี้เอง กลุ่มธนาคารโลกได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมกรอบความร่วมมือในการพัฒนาประเทศใหม่ซึ่งช่วยให้กลุ่มธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในแผนพัฒนาประเทศระยะยาวอีกหลายปีต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนของกลุ่มธนาคารโลกให้การสนับสนุนการลงทุนในด้านพลังงานทดแทน การพัฒนาภาคการเงิน การปรับปรุงกฏระเบียบแวดล้อมสำหรับหน่วยงานเอกชน ความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน และโครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน จากการที่ประเทศไทยมีฐานการผลิตที่เข้มแข็งและมีรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบเน้นการส่งออก บรรษัทการเงินระหว่างประเทศยังคงให้การสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานในไทยผ่านการลงทุนในบริษัทของไทยที่ร่วมทุนกับเครือบริษัทข้ามชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทไทยสามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ อีกด้วย

  • ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อกันยายน 2560

    ธนาคารโลกเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยในการจัดการกับความท้าทายที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ผ่านความช่วยเหลือหลักจากเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าของธนาคารโลกร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น หน่วยงานคลังสมอง และสถาบันการศึกษา

    กลุ่มธนาคารโลกให้ความสำคัญกับประเด็นสากลสำคัญสองประการ คือ การทำงานเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการให้ความช่วยเหลือสถานการณ์ความขัดแย้งและความเปราะบาง  ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารโลกได้เข้ามามีส่วนร่วมกับประเทศไทยในสองประเด็นที่มีความสำคัญกับประเทศไทยกล่าวคือ ให้การสนับสนุนการสร้างสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้โดยผ่านการมีส่วนร่วมของของชุมชนและความริเริ่มด้านการพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่น ส่วนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยนั้นมี 3 โครงการ โครงการแรกเป็นโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตเครื่องปรับอากาศและผลิตภัณฑ์โฟมของไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดละเลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นภาคีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงาน ประเทศไทยยังได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้เป็นจำนวน 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อบริหารและปกป้องผืนป่าของไทย

    ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้งเพื่อทบทวนพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาและนำเสนอบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง   นอกจากนี้ยังได้จัดพิมพ์งานวิเคราะห์วิจัยในประเด็นด้านการพัฒนาอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมนโยบายที่ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เป็นข้อมูลและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ  ตัวอย่างของงานวิจัยล่าสุดได้แก่ รายงานการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาประเทศที่เป็นระบบ ซึ่งประเมินความท้าทายที่กดดันและโอกาสของประเทศไทยในการยุติความยากจนและกระจายความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมี รายงานเรื่อง การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกคน ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาเพื่อช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพให้แรงงาน รวมถึงรายงานเรื่อง การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI ในประเทศไทย

    ธนาคารโลกทำงานร่วมกับรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขนำเสนอการวิเคราะห์และการให้คำปรึกษาเพื่อระบุความท้าทายในเรื่องความยั่งยืนของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและวิธีจัดการกับความท้าทายนี้ รวมถึงความเหลื่อมล้ำ แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการที่ไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังสนับสนุนรัฐบาลในการก้าวสู่การป้องการโรคเอชไอวี/เอดส์อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มต้นทุนโดยการเจาะจงเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    ส่วนภาคเอกชน บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศได้ระดมเงินกว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือบริษัทมากกว่า 65 บริษัท อันมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตและลดความยากจน งานของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศนี้รวมถึงการขยายเงินช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินระดับรากหญ้าเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระตุ้นการค้า และสนับสนุนโครงการที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Api


การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)



แกลเลอรี่รูปถ่าย

ดูรูปอื่น ๆ Arrow

เรื่องเชิงลึก

image

เสียงที่ถูกมองข้าม: ผู้ชายและเยาวชนชายผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภาคใต้

บ่อยครั้งที่ไม่มีใครหันมาเหลียวแลชะตากรรมของผู้ชายและเยาวชนชายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

image

ปิดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางสุขภาพของผู้สูงอายุ

จำนวนผู้สูงอายุที่เข้าใช้บริการทางสุขภาพลดลงอย่างมาก มาตรการต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการได้

image

การตรวจรักษาเชื้อเอชไอวีแต่เนิ่นๆ ช่วยชีวิตคนได้

ไทยประสบภาวะเชื้อเอชไอวีระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในหมู่ชายรักชายในกรุงเทพฯ การเพิ่มบริการตรวจและรักษาโรคฟรีจะช่วยชีวิตผู้คนได้

image

ชี้ประเด็นปัญหาและความท้าทายของโรงเรียนขนาดเล็ก

แม้ว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการขยายการเข้าถึงการศึกษา แต่ประเทศไทยยังคงมีประเด็นที่ต้องพัฒนาอีกมากเพื่อเพิ่มศักยภาพของนักเรียน

image

กลุ่มเยาวชนร่วมสร้างสันติภาพผ่านการศึกษาในสามจังหวัดภาคใต้

การสร้างอนาคตให้กับคนรุ่นต่อไป – ชุมชนในพื้นที่ขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมสร้างสันติภาพผ่านการศึกษาในโรงเรียนกว่า 2,000 แห่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสำนักงานธนาคารโลกประจำประเทศ

สำนักงานประจำประเทศไทย
ชั้น 30 อาคารสยาม
เทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร: (02) 686-8300
thailand@worldbank.org
สำนักงานใหญ่
1818 ถนนเอช
เอ็นดับเบิลยู
กรุงวอชิงตัน ดึซี 20433
โทร: +1-202-473-4709
eastasiapacific@worldbank.org