ภาพรวม

ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อตุลาคม 2558

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงตั้งแต่ปี 2554 ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจซึ่งนำไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงในเพียงหนึ่งชั่วอายุคน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการอ้างถึงอย่างกว้างขวางว่า เป็นหนึ่งในเรื่องราวของความสำเร็จในการพัฒนาจากการที่สามารถรักษาการเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง ตลอดจนลดปัญหาความยากจนได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 (พ.ศ. 2523-2533)

ประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 8-9 ต่อปีในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 ถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 จนกระทั่งเกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชียในปี พ.ศ. 2540-2541 หลังจากนั้นประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับปานกลางที่ประมาณไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี   การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับปานกลางนี้สะท้อนจากองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยในตลาดโลกที่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่น ๆ ในภูมิภาค  การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและความรู้ของแรงงานที่ไม่สอดรับกับระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ทันสมัย ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและความไม่แน่นอนซึ่งมีผลต่อการลงทุนทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน  ในช่วงไม่นานมานี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับต่ำอยู่ที่เพียงร้อยละ 0.9 ในปี 2557 และคาดว่าอาจจะขยายตัวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงปี พ.ศ. 2558-2560

การที่เศรษฐกิจของไทยจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างร้อนแรงได้อีกครั้ง ขึ้นอยู่กับการที่ประเทศไทยจะสามารถจัดการปัจจัยต่างๆ ที่ขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม  ทั้งนี้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต ซึ่งรวมถึงการขยายการค้าผ่านการรวมตัวกับเศรษฐกิจโลก การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการถ่ายโอนการลงทุนภาครัฐไปให้ภาคเอกชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และปรับปรุงบริการภาครัฐทั่วประเทศ แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาสู่การเติบโตในระดับเดิมอีกครั้ง ทั้งยังช่วยให้เกิดสมดุลย์ เป็นการเติบโตตามแนวทางที่จะช่วยลดความยากจนและกระตุ้นให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งไปสู่คนไทยทุกคน

ประเทศไทยน่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษได้เกือบทุกข้อ อัตราการเสียชีวิตของมารดาระหว่างการคลอดบุตร และอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลดลงอย่างมาก  ปัจจุบัน ประชากรกว่าร้อยละ 97 ที่อาศัยอยู่ทั้งในเมืองและชนบทมีน้ำสะอาดใช้และได้รับบริการทางสุขาภิบาล แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ความยากจนได้ลดลงอย่างยั่งยืนตลอด 30 ปีที่ผ่านมาจากร้อยละ 67 เมื่อปีพ.ศ. 2529 เป็นร้อยละ 11 ในปีพ.ศ. 2557 เนื่องจากประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัญหาความยากจนส่วนใหญ่ในไทยเกิดขึ้นในชนบท โดยมากกว่าร้อยละ 80 ของคนยากจนในประเทศที่มีจำนวนอยู่ 7.3 ล้านคนอาศัยอยู่ในชนบท (ข้อมูลปี พ.ศ. 2556) อย่างไรก็ตาม  ในปัจจุบัน 1 ใน 3 ของคนยากจนอาศัยอยู่ในเขตเมืองรอบนอกกรุงเทพด้วยเช่นกัน  ในบางภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มยังคงล้าหลังกว่าประชากรกลุ่มอื่นอยู่เป็นอันมาก ยิ่งไปกว่านั้น การแบ่งสรรผลประโยชน์จากเศรษฐกิจที่รุ่งโรจน์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะระหว่างเมืองที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานครกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศ  ความความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการขาดโอกาสที่เท่าเทียมกันก็ยังคงเป็นปัญหาที่เรื้อรัง เห็นได้จากความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ชี้วัดด้วยค่าสัมประสิทธิ์ไม่เสมอภาค ลดต่ำลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงมีค่าสูงกว่า 0.45

ประเทศไทยเริ่มนำหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และได้บรรลุเป้าหมายเพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการรักษาพยาบาล  ครอบครัวคนไทยที่ยากจนได้รับประโยชน์จากโครงการที่ช่วยประชาชนไม่ต้องประสบภาวะสิ้นเนื้อประดาตัวจากการเจ็บป่วย  หรือ ภาวะที่ครัวเรือนต้องจ่ายเงินค่ารักษาเองเป็นจำนวนมากกว่าร้อยละ 10 ของรายจ่ายครัวเรือน 

ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อตุลาคม 2558

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกได้เปลี่ยนจากผู้ให้ยืมและผู้ยืมมาสู่การเป็นหุ้นส่วนความรู้ และขยายความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐไปยังภาคเอกชน  หุ้นส่วนการพัฒนาครอบคลุมเนื้อหาการทำงานตั้งแต่อดีตและงานในปัจจุบัน ดังนี้

  • การคลัง ภาษี และการบริหารการเงินภาครัฐ
  • การบริหารจัดการที่ดีและการรับผิดรับชอบ
  • การศึกษาและทักษะ
  • ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และภาคเอกชน
  • การคุ้มครองทางสังคมและการให้บริการภาครัฐ
  • การขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน
  • สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยรวมแล้ว กลุ่มธนาคารโลกได้ค้นหาแนวทางที่จะจัดการกับปัญหาท้าทายที่สำคัญของไทย  โดยรวบรวมความรู้และการวิเคราะห์ การลงทุน และการให้บริการวิชาการเพื่อการพัฒนา ดังนี้ (ก) เพื่อช่วยขยายขีดความสามารถในการแข่งขันและการรวมเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานที่มีทักษะ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกายภาพและระบบการเงินให้มีประสิทธิภาพและมีความหลากหลาย (ข) การพัฒนาเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสในการเข้าถึงในเขตชนบทโดยผ่านการลงทุนในระบบการเงินรายย่อย (ไมโครไฟแนนซ์)

ในปีนี้ กลุ่มธนาคารโลกกำลังเตรียมงานวิจัยเรื่อง Thailand Systematic Country Diagnostic (SCD) ซึ่งเป็นงานวิจัยแบบบูรณาการครอบคุลมประเด็นด้านการพัฒนาต่างๆ เพื่อกำหนดความท้าทายและโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการลดความยากจนทำได้เร็วขึ้นและช่วยกระจายความมั่งคั่งด้วยแนวทางที่ยั่งยืน

บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ซึ่งเป็นองค์การภายใต้กลุ่มธนาคารโลกที่ทำงานกับภาคเอกชนได้สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานทดแทนและโครงการ South-South Development  จากการที่ประเทศไทยมีพื้นฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่เข้มแข็ง อีกทั้งมีรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบการผลิตเพื่อการส่งออก ดังนั้น ไอเอฟซีจึงสนับสนุนผู้ผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทยผ่านการลงทุนในกลุ่มบริษัทต่างชาติที่บริหารจัดการโดยคนไทย นอกจากนี้ไอเอฟซียังช่วยบริษัทไทยได้พัฒนาก้าวไกลไปยังต่างประเทศ

ปรับเนื้อหาล่าสุดเมื่อตุลาคม 2558

ธนาคารโลกจัดพิมพ์รายงานตามติดเศรษฐกิจไทยปีละ 2 ครั้ง เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการของเศรษฐกิจในปัจจุบัน  และวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นกลาง  นอกจากนี้ธนาคารยังได้จัดทำงานวิจัยด้านสุขภาพจนถึงด้านการศึกษา งานวิจัยเหล่านี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของไทยที่จะช่วยสนับสนุนโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ  รายงานฉบับล่าสุดของธนาคารโลกชื่อว่า Wanted: Quality Education for All Report ได้วิเคราะห์แนวทางการเพิ่มคุณภาพการศึกษาที่จะช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพของแรงงานทั้งระบบ อันจะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

นอกจากนี้ ธนาคารโลกทำงานร่วมกับรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขด้านงานวิเคราะห์และให้คำปรึกษาเพื่อกำหนดและจัดการความท้าทายสำคัญที่จะช่วยให้โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ความท้าทายดังกล่าวนี้รวมถึงความไม่เท่าเทียม แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  นอกจากนี้ ธนาคารยังได้สนับสนุนรัฐบาลไทยให้ก้าวขึ้นมาจัดการเรื่องการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าโดยมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบในไทย

นับจากปีพ.ศ. 2549 เป็นต้นมา ธนาคารโลกได้มีส่วนร่วมในโครงการช่วยเหลือองค์กรชุมชนขนาดเล็กในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2557  โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อใจและความร่วมมือร่วมใจระหว่างชุมชนและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น โดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตั้งแต่การสร้างสันติภาพผ่านการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นโดยให้ชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ. 2554 ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 13 ล้านคนในประเทศ  โครงการพื้นฟูบูรณะชุมชนสำหรับคนยากจนเขตเมืองได้ช่วยประชาชนกว่า 3,000 ครัวเรือนใน 5 จังหวัด (อยุธยา กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี และ นครสวรรค์) โดยการปรับปรุงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมากที่สุด

ด้านความร่วมมือกับภาคเอกชน ไอเอฟซีได้ลงทุนในโครงการเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐร่วมกับบริษัทกว่า 65 แห่ง (หรือ ซึ่งมีบริษัทกว่า 65 แห่งได้รับประโยชน์) เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและลดความยากจนในไทย โครงการดังกล่าวนี้รวมถึงการขยายระบบการเงินระดับฐานราก (Microfinance)ไปยังวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระตุ้นการค้า และสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ลงนามกับกลุ่มธนาคารโลกเพื่อช่วยผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ 12 บริษัทและผู้ผลิตโฟมอีก 131 บริษัทให้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีกระบวนการผลิตสอดคล้องกับมาตรฐานระดับนานาชาติที่ดี

ในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ประเทศไทยได้นำมาตรการภาษีด้านพลังงานทดแทนมาใช้เพื่อช่วยให้ตลาดพลังงานทดแทนมีความเข้มแข็งขึ้น รวมทั้งทำให้การลงทุนด้านพลังงานลมและแสงอาทิตย์สูงกว่าที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในตอนแรก นอกจากนี้ ประเทศไทยได้พยายามส่งเสริมพลังงานทดแทนในภาคการทำความร้อน พลังงาน และการขนส่งเพื่อช่วยให้แหล่งที่มาของพลังงานมีหลากหลายและช่วยให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานอีกด้วย  ในด้านการกำหนดโอกาสในการปรับปรุงการใช้พลังงานให้ประสิทธิภาพนั้น ประเทศไทยจัดว่ามีกฎระเบียบที่ทันสมัยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ โดยไทยกำหนดให้อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงต้องมีการตรวจสอบการใช้พลังงานและส่งแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  กลุ่มธนาคารโลกเล็งเห็นว่าการใช้พลังงานอย่างเข้มข้นจากกิจกรรมด้านเศรษฐกิจเป็นความท้าทายที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศ จึงให้การสนับสนุนด้านการลงทุนในพลังงานทดแทนทั่วประเทศไทย


การกู้ยืม

ประเทศไทย: ภาระผูกพันตามปีงบประมาณ (ล้านดอลล่าร์)*

*จำนวนนี้รวมถึงภาระผูกพันของของประเทศกับธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาระหว่างประเทศ (IBRD) และสมาพันธ์การพัฒนาระหว่างประเทศ (IDA)