เรื่องเด่น

แปรวิสัยทัศน์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย ให้เป็นอุตสาหกรรมด้วยแรงสนับสนุนจาก IFC

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557


Image
ภาพจากเอสพีซีจี

ประเด็นหลัก
  • หนึ่งในผู้ชนะรางวัล Momentum for Change ของสหประชาชาติ ได้เปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตพลังงานทดแทนในประเทศไทยด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในขนาดที่สามารถจ่ายพลังงานได้
  • ในการสรรหาเงินทุนหมุนเวียนสำหรับกิจการซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแนวใหม่ของประเทศ เธอได้รับการสนับสนุนเงินทุนผสมจาก IFC และกองทุนเทคโนโลยีสะอาด
  • โครงการนี้กำลังเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานทดแทน ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยากจนที่สุดในประเทศ

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งในปี 2551 โดยมีปริมาณกำลังการผลิตติดตั้ง (ภาษาอังกฤษ) ของพลังงานแสงอาทิตย์น้อยกว่า 2 เมกะวัตต์ ถึงกระนั้น ด้วยเทคโนโลยีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยลง และรัฐบาลได้เริ่มมีนโยบายให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้พัฒนาพลังงานทดแทน คุณวันดี กุญชรยาคง ผู้บริหารวัยเกษียณของบริษัทผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์จึงได้มองเห็นศักยภาพของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์

เธอต้องการลดการพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานของประเทศ และเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคที่ยากจนที่สุดของประเทศได้ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในขนาดที่สามารถจ่ายพลังงานได้  การสรรหาเงินทุนจากบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) ของกลุ่มธนาคารโลก ทำให้กลุ่มบริษัทโซล่าเพาเวอร์ (เอสพีซีจี) ของเธอเพิ่มแรงดึงดูดที่มีต่อนักลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าสู่สนามที่ยังไม่เคยมีการทดสอบมาก่อนในประเทศไทย 

6 ปีต่อมากับกำลังการผลิต 250 เมกะวัตต์ ในวันนี้ คุณวันดีและเอสพีซีจี ได้รับการยอมรับจากสำนักงานเลขาธิการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ด้วยรางวัล “Momentum for Change – Women for Results award” อันทรงเกียรติ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประภาคาร ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  เพื่อเป็นเกียรติแก่โครงการต่างๆ ทั่วโลกที่คำนึงถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้างอีกด้วย



" เงินทุนผสมเพื่อสภาพภูมิอากาศคือหนึ่งในเครื่องมือที่ IFC มีเพื่อช่วยปูทางสำหรับโครงการที่อยู่ในช่วงระยะการเปลี่ยนแปลง ที่กระตุ้นการลงทุนในภาคเอกชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ "

Kruskaia Sierra-Escalante

หัวหน้าฝ่ายเงินทุนผสมเพื่อสภาพภูมิอากาศของ IFC


การดำเนินงานแบบเงินทุนผสม

การเดินทางสู่การยอมรับของสหประชาชาติของคุณวันดีเกิดจากความคิดก้าวหน้าและความมุ่งมั่นของเธอ รวมถึงรัฐบาลไทยที่ตระหนักว่า จะต้องมีการจัดหาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศที่หลากหลายขึ้น   ปัจจุบันประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตพลังงานให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 จากแหล่งพลังงานทดแทนภายในปี 2565

ปี 2552 คุณวันดีได้รับอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โรง  ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิต 200 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ชนบทที่มีแสงแดดจัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือเงินลงทุน คุณวันดีต้องการโน้มน้าวนักลงทุนให้วางเดิมพันกับโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของเธอ  แต่นักลงทุนยังลังเลที่จะลงทุนในตลาดขนาดใหญ่ที่ยังไม่เคยมีการพิสูจน์มาก่อน ในปี 2553 IFC จึงได้ก้าวเข้ามาสนับสนุนเงินลงทุนให้กับโครงการนำร่องของเอสพีซีจี 2 โครงการ ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 20 เมกะวัตต์

ในขณะที่ริเริ่มโครงการดังกล่าวนี้ คุณวันดีหันมาให้ความสนใจกับการระดมทุนสำหรับโครงการต่อไปจากแหล่งเงินทุนระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นของเอสพีซีจี   

เพื่อช่วงรักษาโมเมนตัมทางการเงิน IFC (ภาษาอังกฤษ) ให้เงินกู้ 8 ล้านเหรียญสหรัฐ  “ผสม” กับเงินสนับสนุน 4 ล้านเหรียญสหรัฐจากกองทุนพลังงานสะอาด (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งเป็นกองทุนพหุภาคีที่ให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศรายได้ระดับกลางสำหรับโครงการพลังงานทดแทนและโครงการเกี่ยวกับพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เงินทุนผสมนี้ทำให้เอสพีซีจีสามารถระดมทุนจากธนาคารในประเทศได้เพียงพอที่จะก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต 12 เมกะวัตต์เพิ่มเติมตามเป้าที่วางไว้  การสนับสนุนดังกล่าวยังส่งสัญญาณบวกเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับตลาดการเงินภายในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากยิ่งขึ้น 

ไม่อีกกี่ปีต่อมา คุณวันดีและเอสพีซีจีสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้มากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้จัดส่งพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 250 เมกะวัตต์ให้แก่ประเทศไทย  พลังงานแนวใหม่นี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 200,000 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการเอารถยนต์ออกไปจากท้องถนนมากกว่า 40,000 คัน หรือลดการใช้น้ำมันได้เกือบ 500,000 บาร์เรลต่อปี 

“เงินทุนผสมเพื่อสภาพภูมิอากาศคือหนึ่งในเครื่องมือที่ IFC มีเพื่อช่วยปูทางสำหรับโครงการที่อยู่ในช่วงระยะการเปลี่ยนแปลง ที่กระตุ้นการลงทุนในภาคเอกชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” Kruskaia Sierra-Escalante หัวหน้าฝ่ายเงินทุนผสมเพื่อสภาพภูมิอากาศของ IFC กล่าว “และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับคุณวันดีด้วยการสนับสนุนวิสัยทัศน์ของเธอ และเราเชื่อว่า การสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์เช่นเธอด้วยเงินทุนผสมนี้ จะสามารถช่วยเปิดตลาดได้ด้วย”

เป็นแบบอย่างให้โลกของเรา

ความสำเร็จทางการเงินของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในระยะเริ่มแรกนี้ ได้ช่วยขับเคลื่อนในเกิดการลงทุนในภาคพลังงานสะอาดของเอกชนในประเทศไทย ทำให้นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเลือกตลาดพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ของไทยให้เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าลงทุนมากที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ของโลก

ในฐานะผู้บุกเบิกด้านพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่  คุณวันดี ซึ่งในปัจจุบันได้เป็นผู้พัฒนาโครงการหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์  เห็นว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของเธอสามารถเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ ได้

"พลังงานแสงอาทิตย์เป็น ‘พลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด’ มันสะอาด และหาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” เธอกล่าว "ประเทศอื่นๆ สามารถใช้ประสบการณ์ของเราในประเทศไทยและสร้างการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ของพวกเขา"

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้คัดเลือกกิจกรรมประภาคารมายกย่องกัน ในทุกๆ ปี รางวัล The Women for Results จัดขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่กิจกรรมประภาคารที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ และการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในปีนี้สมาชิกคณะที่ปรึกษานานาชาติ  25 คนเลือกคุณวันดีให้เป็นหนึ่งในสามผู้ชนะประเภท Women for Results โครงการ The Momentum for Change จัดตั้งขึ้นผ่านการสนับสนุนจากมูลนิธิ Bill & Melinda Gates  มูลนิธิ Rockefeller และภาคีอื่นๆ


Api
Api