publication
ประเด็นสำคัญ รายงาน East Asia and Pacific Economic Update ตุลาคม พ.ศ. 2560


Image


เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกในปีพ.ศ. 2560 และ 2561 ยังคงเติบโต

  • รายงาน East Asia and Pacific Economic Update ระบุว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวและอุปสงค์ภายในประเทศที่เข้มแข็งอย่างต่อเนื่องส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
  • การเติบโตอย่างเข้มเแข็งในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และการค้าโลกต่างเป็นปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6.4 ในปีพ.ศ. 2560 เศรษฐกิจของภูมิภาคคาดว่าจะเติบโตอย่างช้าๆ ที่ร้อยละ 6.2 ในปีพ.ศ. 2561 เนื่องจากจีนชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจสำเร็จ
  • เศรษฐกิจในปีพ.ศ. 2560 เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตมากกว่าที่คาดไว้ที่ร้อยละ 6.7 เท่ากับการเติบโตในปีพ.ศ. 2559
  • ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตสูงขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 5.1 ในปีพ.ศ. 2560 และร้อยละ 5.2 ในปีพ.ศ. 2561 สูงขึ้นจากร้อยละ 4.9 จากปีพ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา
  • ความเสี่ยงหลายประการจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตที่ดี
    • ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าบางประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ในขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปอาจเพิ่มความเข้มงวดด้านนโยบายทางการเงินเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
    • หลายประเทศในภูมิภาคนียังคงมีความเปราะบางในภาคการเงินเนื่องจากหนี้ภาคเอกชนยอู่ในระดับสูง หรือสินทรัพย์เสื่อมคุณภาพ  หลายประเทศยังคงขาดดุลการคลังสูง หรือกำลังขาดดุลเพิ่มสูงขึ้น

เศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เติบโตได้ดี ส่วนประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กมีแนวโน้มการเติบโตที่หลากหลาย

  • การสร้างความสมดุลย์ระหว่างการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศของจีนนั้นคาดว่าจะดำเนินต่อไป เศรษฐกิจจีนคาดว่าจะชะลอการเติบโตลงอยู่ที่ร้อยละ 6.4 ในปีพ.ศ. 2561
  • ประเทศไทยและมาเลเซียคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้ ในระยะแรกเนื่องมาจากการส่งออกที่เข้มแข็งซึ่งรวมถึงภาคการท่องเที่ยวและในระยะต่อมาจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
  • ภาคการเกษตรและการผลิตของเวียดนามฟื้นตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้กระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตไปด้วย
  • ฟิลิปปินส์คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตช้าลงกว่าปีพ.ศ. 2559 เล็กน้อยส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินโครงการลงทุนของภาครัฐล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
  • แนวโน้มเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศขนาดเล็กนั้นมีความหลากหลาย
    • มองโกเลียและฟิจิคาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเล็กน้อยในระหว่างปีพ.ศ. 2560-2561 นโยบายสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของมองโกเลียช่วยให้มีการลงทุนจากต่างประเทศในภาคเหมืองแร่และขนส่ง  การฟื้นฟูประเทศจากพายุไซโคลนวินสตันมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจฟิจิเติบโต
    • กัมพูชาและสปป.ลาวคาดว่าเศรษฐกิจยังคงเติบโตระดับปานกลางเมื่อเทียบกับปีพ.ศ. 2559 แต่ก็ยังสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยมีตัวขับเคลื่อนสำคัญของกัมพูชามาจากการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ ในขณะที่สปป. ลาวเกิดจากการขยายตัวของภาคพลังงาน
    • ส่วนประเทศขนาดเล็กส่วนใหญ่ในหมู่เกาะแปซิฟิกคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวระดับปานกลางจากการท่องเที่ยวขยายตัว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกลดลง รายได้จากค่าธรรมเนียมการประมงอยู่ในระดับสูง และการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ในระยะยาว ประเทศกลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะมีรายได้ การจ้างงาน และรายได้ของภาครัฐที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากมีการปฎิรูปด้านการท่องเที่ยว การเคลื่อนย้ายแรงงาน การประมง และเศรษฐกิจฐานความรู้
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งหมายถึงอัตราความยากจนน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค ภายในปีพ.ศ. 2562 คาดการณ์ว่าจำนวนคนที่อยู่ในระดับยากจนอย่างรุนแรงจะลดลงเหลือน้อยกว่าหนึ่งในสาม ในขณะที่จำนวนคนยากจนก็จะลดเหลือน้อยกว่าหนึ่งในห้าจากจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ลำดับสำคัญของการปฏิรูป

  • การลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินและการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการรวมตัวของภาคเศรษฐกิจในภูมิภาคให้มากขึ้นยังคงเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ
  • ประเทศต่างๆ ควรเปลี่ยนมาตรการการเติบโตระยะสั้นให้เป็นมาตรการด้านนโยบายที่คำนึงถึงความเปราะบางด้านการเงินและการคลังจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในภูมิภาค
  • มาตรการดังกล่าวนี้ได้แก่ การสร้างกฏระเบียบในการตรวจสอบที่เข้มแข็งและระเบียบที่รัดกุมในประเทศที่มีภาคเอกชนขยายสินเชื่อและมีหนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  การปฏิรูปนโยบายและการจัดการด้านภาษีเพื่อช่วยการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐบาล การเตรียมพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดในกรณีที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
  • จีนและเวียดนามควรจะมีการพัฒนาภาครัฐวิสาหกิจที่ยั่งยืนเพื่อปรับปรุงการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
  • ฟิลิปปินส์ ไทย สปป.ลาว และกัมพูชาจะได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงระบบการจัดการการลงทุนภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการขยายตัวของโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
  • อินโดนีเซียควรให้ความสำคัญกับเรื่องเปิดเสรีกฎระเบียบการลงทุนจากต่างประเทศ
  • นอกจากนี้ รายงานยังได้เน้นถึงศักยภาพจากการขยายบริหารจัดการท่องเที่ยวในภูมิภาคและในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก  นอกจากผลบวกทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการผลกระทบด้านลบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน
  • การรวมตัวระดับภูมิภาคให้มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งจะชดเชยความเสี่ยงจากมาตรการปกป้องประเทศด้านการค้าได้  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้สร้างแนวทางส่งเสริมการรวมกลุ่มในภูมิภาคซึ่งรวมถึงการเปิดเสรีด้านบริการและการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี
  • ประเด็นที่น่ากังวลของภูมิภาคนี้คือระดับความเหลื่อมล้ำที่สูงและยังสูงขึ้น รวมถึงการเคลื่อนย้าย(แรงงาน)ลดลง และความไม่ปลอดภัยทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น การจัดการความท้าทายนี้ต้องใช้มาตรการลดความยากจนซึ่งต้องดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายขยายการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ งานที่สร้างผลิตผลมากขึ้น ระบบคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็ง ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะลดผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำอย่างเฉียบพลันได้อย่างทั่วถึง