เรื่องเด่น

มนุษย์กรุงเทพฯ: โกวิทย์ ผดุงเรืองกิจ

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560


Image

เพื่อร่วมฉลองวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ (IDAHOT 2017) ธนาคารโลกร่วมกับ[facebook.com/bkkhumans]มนุษย์กรุงเทพฯ นำเสนอเรื่องราวหลากหลายที่จะร่วมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเป็นการขอบคุณ ให้เกียรติ และฉลองให้กับครอบครัว และสัมพันธภาพที่บุคคล LGBTI ได้รับ ได้สร้าง หรือเลือกแล้วท่ามกลางความหลากหลายของพวกเขาในประเทศไทย

“ผมเป็นคนรุ่นเก่าที่โตมากับความคิดว่า ‘เกย์’ คือความผิดปกติ ตอนเด็กๆ ผมยังรู้สึกก้ำกึ่ง มาเริ่มเห็นตัวเองตอนเข้ามหาวิทยาลัยและทำงาน แต่ในใจยังปฏิเสธ เลยพยายามปกปิด ใครพูดว่า 'ไอ้นี่เป็นหรือเปล่า' เราจะไม่ชอบ รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ ผมบอกตัวเองว่า เราคงมีชีวิตเหมือนคนปกติได้ สักวันคงแต่งงานและมีครอบครัว เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วยนะ เราชอบกัน ชีวิตมีความสุข คบกันอยู่หนึ่งปี ถามว่าตอนนั้นหลอกตัวเองไหม ก็ตอบไม่ได้นะ ฟังดูตลก แต่สิ่งที่เปิดโลกทัศน์ผมมากๆ คือ อินเทอร์เน็ต ผู้ชายกับผู้ชายทำแบบนี้ก็ได้ ผมเข้าไปในแชทรูม ที่นั่นกลายเป็นอีกโลกของเรา ตอนกลางวันทำงานตามปกติ ตอนกลางคืนก็แชท อินเทอร์เน็ตเป็นอีกพื้นที่ให้แสดงอีกตัวตน

“ผมค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ ยอมรับตัวเอง ตอนนั้นชัดเจนแล้วว่าไม่ชอบผู้หญิง เลยนัดเดทกับผู้ชายครั้งแรก ผมใช้เวลายอมรับตัวเองนานมาก มันค่อยเป็นค่อยไป อยู่มาวันหนึ่ง ผมบอกกับตัวเองว่า ถึงไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่เราไม่ได้ผิดปกติ! นั่นคือด่านแรก ด่านต่อมาคือการบอกกับคนใกล้ชิด คนแรกที่บอกคือเพื่อนสนิท เพื่อนตอบกลับว่า ‘เก็บไว้นานขนาดนี้ มึงไม่อึดอัดเหรอ’ ไม่มีใครว่าอะไรเลย กลายเป็นด่าว่าทำไมเพิ่งมาบอก (ยิ้ม) ทางด้านครอบครัว ตอนนั้นผมใช้คอมพิวเตอร์ของพี่ชายเข้าอินเทอร์เน็ต เปิดเว็บไซต์อะไรเขาคงเห็นตลอด พี่สาวเคยมาพูดว่า ‘เธอเป็นอะไร พ่อแม่ก็รับได้แหละ’ พ่อแม่คงสงสัย แต่เราไม่เคยคุยกัน ตอนนั้นผมพาแฟนคนปัจจุบันมาบ้าน เพื่อคอนเฟิร์มว่าเราเป็นแบบนี้ การยอมให้อยู่ในวงกินข้าว และนัดทั้งสองบ้านมาเจอกัน ถือเป็นการยอมรับผ่านการกระทำโดยไม่ต้องพูดอะไร

“สิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญมากในการยอมรับตัวเอง ช่วงแรกๆ ผมทำงานในสังคมที่ไม่ได้เปิดเท่าไร พอมาอยู่ในสังคมคนทำนิตยสาร มันค่อนข้างเปิด ถ้าอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ผมอาจเปิดตัวเองไปนานแล้ว การอยู่ในครอบครัวที่ยอมรับได้ ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ผิดปกติ การได้บอกเพื่อนสนิทเป็นการทลายกำแพงที่เราสร้างล้อมตัวเองไว้ เมื่อกำแพงนั้นพังทลาย คุณไม่มีอะไรมาขวางกั้น ชีวิตและหน้าที่การงานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พอผ่านจุดเหล่านั้นมาได้ ใครพูดอะไรก็พูด ผมไม่โกรธ ไม่แคร์ เพราะคนใกล้ชิดเข้าใจเราแล้ว เมื่อไม่ต้องนำพลังชีวิตไปปกปิดตัวเอง เราจะเป็นอิสระ ได้ปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดที่ตัวเองมี เป็นอะไรที่โคตรดีเลย”



Api
Api