ประเทศไทย
ข้อมูล: ประเทศไทย
ภาพรวม: ประเทศไทย
ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเกษตร มาเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมและการส่งออกอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงได้รับการกล่าวขานว่าประสบความสำเร็จในด้านการพัฒนาอย่างกว้างขวาง ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกครั้งจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ใหม่—วิสัยทัศน์ที่ส่งเสริมนวัตกรรม การลงทุน และการค้า สร้างกำลังแรงงานแห่งอนาคต และวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอนาคต
วิสัยทัศน์นี้จะถูกร้อยเรียงอย่างเป็นรูปธรรมในรายงาน “การสร้างอนาคตประเทศไทยวันนี้ (Building Thailand's Future Today)” ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำโดยสำนักงานธนาคารโลกประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การประชุมประจำปี WBG–IMF ปี 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในกรุงเทพฯ.
ในช่วงปีเฟื่องฟูระหว่างปี 1960–1996 เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.5% ก่อนจะชะลอลงมาเหลือเฉลี่ยปีละ 5% ในช่วงปี 1999–2005 หลังวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นจาก 740 ดอลลาร์ในปี 1980 เป็น 7,080 ดอลลาร์ในปี 2019 ด้วยมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น อัตราความยากจนระดับประเทศลดลงจาก 42.5% ในปี 2000 เหลือ 6.3% ในปี 2021
ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างโดดเด่น จากประเทศรายได้ต่ำสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับบนได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วอายุคน ไทยก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบนในปี 2011
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงเฉลี่ยเหลือเพียง 2.6% ต่อปี สืบเนื่องจากการลงทุนที่ซบเซา การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจออกจากภาคเกษตรกรรมซึ่งมีผลิตภาพต่ำที่หยุดชะงัก และความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่รุนแรงขึ้น ภาคเกษตรยังคงจ้างงานราว 30% ของแรงงานทั้งหมด ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ผ่านมา แม้มีสัดส่วนต่อ GDP ต่ำกว่า 10% ประเทศยังเผชิญสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยอัตราการเข้าร่วมกำลังแรงงานเริ่มลดลง ความแออัดในเขตเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ กดทับผลิตภาพ ขณะที่กฎระเบียบทางธุรกิจและข้อจำกัดด้านการลงทุนยังเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและนวัตกรรม
ตามเส้นความยากจนของธนาคารโลกสำหรับประเทศรายได้ปานกลางระดับบนที่ 8.30 ดอลลาร์ต่อคนต่อวัน (เทียบค่า PPP ปี 2021) ประมาณการว่า 10.1% ของประชากรไทยอยู่ในภาวะยากจนในปี 2023 กลุ่มบนสุด 10% ของครัวเรือนถือครองความมั่งคั่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเติบโตที่รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น รายได้และความมั่งคั่งกระจุกตัวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่พื้นที่ชนบท โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ยากจนกว่าและมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศมากกว่า.
เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.5% ในปี 2024 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างไม่คาดคิด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (โครงการโอนเงินดิจิทัล 10,000 บาท) ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง
แม้ GDP จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของไทยยังล้าหลังกว่าประเทศคู่เทียบ โดยระดับ GDP ยังคงต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตศักยภาพจะลดลงราว 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ 2.7% ในช่วงปี 2022–2030 หากยังเป็นเช่นนี้ ไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ได้ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันจะช่วยดึงดูดการลงทุน และผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่วงจรห่วงโซ่มูลค่าโลกที่มีนวัตกรรมและผลิตภาพสูงขึ้น.
ท่ามกลางพัฒนาการด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศล่าสุด การส่งออกที่อ่อนแรง การบริโภคที่ชะลอตัว และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่เริ่มช้าลง คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะชะลอลงเหลือ 1.8% ในปี 2025 และ 1.7% ในปี 2026 อย่างไรก็ตาม หากบรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น การเติบโตของ GDP อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2.2% ในปี 2025 และ 1.8% ในปี 2026
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ไทยสามารถมุ่งเน้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับผลิตภาพในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น การผลิตขั้นสูง ธุรกิจการเกษตร บริการดิจิทัล การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเพื่อสุขภาพ และ เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ในระยะสั้น การปรับสมดุลงบการคลังไปสู่การลงทุนภาครัฐ พร้อมคงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการคลังและการเงิน จะมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงและสนับสนุนการฟื้นตัวที่ครอบคลุมและยั่งยืนยิ่งขึ้น การเป็นหุ้นส่วนทางการค้า โดยเฉพาะผ่านการเปิดเสรีทางการค้าอย่างกว้างขวาง เช่น การลดอุปสรรคทางการค้าในภาคบริการและเกษตรกรรม จะช่วยเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้
การยกระดับทุนมนุษย์ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน และการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพและส่งเสริมงานคุณภาพดีในหลายภาคส่วน เช่น การค้า การเงิน และสาธารณสุข.
รายงาน Building Thailand’s Future Today ของกลุ่มธนาคารโลกประจำประเทศไทย เป็นรายงานและแพลตฟอร์มการปรึกษาหารือ ที่มีเป้าหมายเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาในระยะยาวของประเทศไทย และขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน
รายงานฉบับนี้ ซึ่งจะเปิดตัวก่อนการประชุมประจำปี WBG–IMF ปี 2026 สะท้อนถึงเส้นทางการพัฒนาที่โดดเด่นของประเทศไทย โดยกำหนดโรดแมปเพื่อจุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างงานคุณภาพดีให้กับประชาชนไทย
แก่นสำคัญของงานชิ้นนี้คือการวิเคราะห์เชิงลึกใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ไทยมีศักยภาพโดดเด่น ได้แก่ การผลิตขั้นสูง ธุรกิจเกษตร บริการดิจิทัล การท่องเที่ยวยั่งยืนและบริการสุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์.
ธนาคารโลกเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยมากว่า 75 ปี ช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขความท้าทายที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ปัจจุบัน ธนาคารโลกสนับสนุนเงินทุนในรูปเงินให้เปล่าและความช่วยเหลือทางเทคนิค ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น องค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษา เพื่อสนับสนุนหลากหลายภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
ระหว่างปีงบประมาณ 2019–2025 ธนาคารโลกให้การสนับสนุนประเทศไทยรวม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนสิงหาคม 2025 ธนาคารโลกกำลังดำเนินงานด้านความช่วยเหลือทางเทคนิคและโซลูชันด้านการลงทุนหลายโครงการ ได้แก่ โครงการเชื่อมโยงระบบคมนาคมอย่างยั่งยืนของไทยและโครงการอนุรักษ์โลมาอิรวดี โครงการบริหารจัดการน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยา และแพลตฟอร์มเมืองคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ งานด้านองค์ความรู้และการวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ยังสนับสนุนประเด็นสำคัญด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาค พัฒนาเมือง ความยากจนและการจ้างงาน ตลอดจนการติดตามภาคการเงินและภาคเอกชน อีกทั้งยังมีการเผยแพร่รายงาน Thailand Economic Monitor ปีละสองครั้ง โครงการให้คำปรึกษา (Reimbursable Advisory Services: RAS) ได้ดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้ว 24 การวิจัย (รวมมูลค่า 9.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยงานปัจจุบันมุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและการเติบโต การพัฒนาเมืองฐานพื้นที่ การศึกษาและทักษะ และการปฏิรูประบบธุรกิจ
กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทย–กลุ่มธนาคารโลก (Country Partnership Framework: CPF) สำหรับปีงบประมาณ 2019–2022 (ขยายเวลาถึงมิถุนายน 2024) ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ CPF ฉบับใหม่
ด้วยบุคลากรกว่า 190 คนที่ทำงานร่วมกับรัฐบาล ภาคเอกชน และชุมชน สำนักงานธนาคารโลกประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนโครงการของประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก รวมถึงเอเชียใต้.
การได้รับความสนใจจากเวทีโลกครั้งนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยในการนำเสนอ “วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทยสู่อนาคต” สู่สายตานานาชาติ ธนาคารโลกในประเทศไทยร่วมมือกับชาวไทยเพื่อขยายผลการประชุมประจำปี 2026 ผ่านรายงานวิสัยทัศน์การพัฒนา “การสร้างอนาคตประเทศไทยวันนี้ (Building Thailand’s Future Today)” ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาในระยะยาวของประเทศไทย และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตและการจ้างงานใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ไทยมีความได้เปรียบได้แก่ การผลิตขั้นสูง ธุรกิจเกษตร บริการดิจิทัล การท่องเที่ยวยั่งยืนและสุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ยังเสริมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมผ่านเวทีหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมของแต่ละอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย ตัวขับเคลื่อนสำคัญ และแนวทางสู่การบรรลุเป้าหมาย
ตลอดหลายทศวรรษนับตั้งแต่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีครั้งล่าสุดในปี 1991 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าทึ่ง ในฐานะภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้มีส่วนสร้างเกือบ 40% ของ GDP โลก เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และขับเคลื่อนประมาณ 60% ของการเติบโตทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกล่าสุดหลายครั้ง ทั้งการแพร่ระบาด ความขัดแย้งในภูมิภาค และภาวะเงินเฟ้อสูงทั่วโลกในช่วงปี 2022–23 รวมถึงกำลังรับมือกับสภาพแวดล้อมนโยบายการค้าที่ท้าทายมากขึ้น นอกจากนี้ เอเชียตะวันออกยังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ภัยสภาพภูมิอากาศ ประชากรสูงวัย และรูปแบบใหม่ของการค้าและการไหลเวียนของเงินทุน
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมประจำปี IMF–กลุ่มธนาคารโลก ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ได้ที่
เว็บไซต์: https://www.am2026thailand.go.th/
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/AM2026Thailand
ค้นพบว่าการสนับสนุนของธนาคารโลกในประเทศไทยกำลังช่วยสร้างงาน ลดความยากจน และขับเคลื่อนการเติบโตที่ทั่วถึงได้อย่างไร
โครงการ
ผลการดำเนินงาน
โครงการและผลการดำเนินงาน
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลกในประเทศไทย
งานวิจัย และสิ่งพิมพ์
- world-bank:content-type/report
- world-bank:content-type/report
- world-bank:content-type/report
ติดตามเรา
ผู้เชี่ยวชาญ
สำนักงานประจำประเทศไทย
ชั้น 30 อาคารสยามเทาเวอร์
989 ถนนพระราม 1
ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel: +662-686-8300
Fax: +662-686-8301