col-xs-12
col-sm-12
col-md-1
col-lg-1
col-xs-12
col-sm-12
col-md-8
col-lg-8
col-xs-12
col-sm-12
col-md-3
col-lg-3
col-xs-12
col-sm-12
col-md-1
col-lg-1
col-xs-12
col-sm-12
col-md-7
col-lg-7
  • add-style
  • font-medium
  • lp-body-content

กรุงเทพ 31 สิงหาคม 2563 – ประเทศไทยลงนามข้อตกลงกับธนาคารโลกเพื่อรับเงินสนับสนุนจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐวันนี้เพื่อสนับสนุนการลดการนำเข้าและการใช้สารเคมีที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนภายในปี 2566 ให้ได้มากกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกรณีภายใต้พิธีสารมอนทรีออล

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศที่นำเข้าและบริโภคสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) มากที่สุดในโลก ในปี 2555 ก่อนที่พันธกรณีพิธีสารมอนทรีออลเริ่มจะมีผลบังคับใช้กับประเทศภาคีที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา ประเทศไทยนำเข้าสารดังกล่าวมากกว่า 18,000 เมตริกตัน หนึ่งในงานที่สำคัญของรัฐบาลคือการแนะนำวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับอุตสาหกรรมในประเทศไทยซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของพิธีสารมอนทรีออลในการเปลี่ยนการใช้และการผลิตโดยใช้สารที่มีอันตรายเหล่านี้

เงินสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์โอโซนของธนาคารโลกได้รับเงินมาจากกองทุนร่วมพหุภาคีเพื่อการดำเนินการภายใต้พิธีสารมอนทรีออลซึ่งสนับสนุนโครงการลดและเลิกใช้สารไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2566

“ความสำเร็จของโครงการในระยะที่หนึ่งได้ช่วยให้ภาคการผลิตเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยหยุดการใช้สาร HCFC แล้ว” นาย วิรัช วิฑูรย์เธียร-ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมของธนาคารโลก กล่าว “ระยะที่สองนี้จะมุ่งเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) เพื่อที่จะผลิตฉนวนกันความร้อนที่ไม่มีส่วนประกอบของสาร HCFC ในโฟม”

โครงการนี้จะช่วยช่างแอร์และช่างตู้เย็นบำรุงรักษาและติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์ทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศและชั้นบรรยากาศโอโซนอีกด้วยซึ่งสอดคล้องกับวิธีการปฏิบัติที่ดีระดับสากลและเป็นการสนับสนุนการฝึกอบรมทักษะของหน่วยงานของรัฐ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการทำความเย็นทางอ้อมซึ่งจะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลง นอกจากนี้โครงการนี้ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มการตระหนักรู้ให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าอีกด้วย

การสนับสนุนโครงการลดและเลิกใช้สาร HCFC ระยะที่ 2 นี้เป็นความร่วมมือทางพันธมิตรระหว่างธนาคารโลกกับรัฐบาลของประเทศไทยและภาคเอกชน นับตั้งแต่ปี 2537 พันธมิตรได้จัดหาเงินทุนสนับสนุนมากกว่า 64 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมลดการใช้สารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนที่ใช้ในตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, การผลิตโฟม, การผลิตละอองของเหลว และสารดับเพลิง ธนาคารโลกได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อภูมิอากาศและชั้นบรรยากาศโอโซน และให้คำปรึกษาทางด้านนโยบายและเทคนิคแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยในการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้

“ความสำเร็จของประเทศไทยในการลดการใช้สาร HCFC นั้นเป็นข้อพิสูจน์ที่มีต่อพันธสัญญาที่จะรับแนวคิดอุตสาหกรรมสีเขียวไปปฏิบัติและเป็นการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ” นาง เบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทยกล่าว“ด้วยความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเราทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการลดและเลิกใช้สารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ซึ่งมีผลดีเทียบเท่ากับการหลีกเลี่ยงการปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 38 ล้านตันซึ่งเทียบเท่ากับการนำเอารถยนต์นั่งส่วนบุคคล 8 ล้านคันออกจากถนน หรือ ปิดโรงงานที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินสิบโรงงาน”

Contacts

ขนิษฐา คงรักเกียรติยศ

kanitha@worldbank.org
02-686-8385
ในกรุงเทพ

About The World Bank

The World Bank Group has a bold vision: to create a world free of poverty on a livable planet. In more than 100 countries, the World Bank Group provides financing, advice, and innovative solutions that improve lives by creating jobs, strengthening economic growth, and confronting the most urgent global challenges. For more information, please visit www.worldbank.org, www.miga.org, and www.ifc.org.

col-xs-12
col-sm-12
col-md-1
col-lg-1
col-xs-12
col-sm-12
col-md-3
col-lg-3
  • add-style

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

lp-heading-bottom-medium

OMBC

Online Media Briefing Center (OMBC) news for accredited journalists
Sign Up
https://media.worldbank.org/
Register
https://media.worldbank.org/user/register
secondary
white-btn