ภาษา:

ข่าวประชาสัมพันธ์

แถลงการณ์จากนายจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลกเนื่องในโอกาสได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วอชิงตัน ดีซี,  21 พฤศจิกายน 2556นายจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลกได้ออกแถลงการณ์หลังจากได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2556

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสี่ของผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในปีนี้ อันเนื่องมาจากงานด้านเอชไอวี/เอดส์ที่ผมเคยทำ ผมขอแสดงความยินดีไปยังผู้ได้รับรางวัลอีก 3 ท่าน ได้แก่ ดร. เดวิด โฮ  ดร. แอนโทนี่ ฟอซี และ ดร. ปีเตอร์ ปิอ็อต

รางวัลนี้มอบให้แก่ผลงานซึ่งได้เป็นจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ของเอชไอวี/เอดส์ เมื่อนโยบายการรักษาได้เปลี่ยนจากเดิมที่รักษาแต่โรคฉวยโอกาสอันเป็นการรักษาจากปลายเหตุมาเป็นการให้โอกาสแก่คนไข้ในการได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวี และขับเคลื่อนทำให้เกิดการเข้าถึงยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีไปยังทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร

โครงการแผนริเริ่ม “3 ใน 5” ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นความพยายามที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายเป็นระยะเวลาที่วัดผลได้ซึ่งผลักดันให้โครงการสามารถประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น แนวทางนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องแต่เฉพาะกับเรื่องเอชไอวี/เอดส์เท่านั้น หากแต่สามารถ และควรจะถูกนำไปใช้กับงานด้านการพัฒนาในวงกว้าง ดังที่จะเห็นได้จากการที่กลุ่มธนาคารโลกได้กำหนดเป้าหมายองค์กรใหม่ คือ ลดความยากจนในกลุ่มที่ยากจนที่สุดภายในปี 2573 และกระจายความมั่งค้่งให้แก่กลุ่มประชากรร้อยละ 40 ที่ยากจนที่สุดในประเทศกำลังพัฒนา

การที่ผมได้รับรางวัลนี้ ผมอยากมอบรางวัลนี้ให้แก่นักกิจกรรมด้านเอดส์ทุกคนผู้ซึ่งเป็นผู้ชาญฉลาด และทุ่มเทอุทิศตนในการรักษาชีวิตผู้ป่วยซึ่งช่วยนำเรามาถึงวันนี้ วันที่ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงยาต้านเชื้อเอชไอวีเอดส์และเรากำลังพยายามก้าวสู่ยุคที่ไม่มีคนติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์อีกต่อไป"

นพ. จิ ม ยอง คิม ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกเอชไอวี/เอดส์ องค์การอนามัยโลก ระหว่างปี 2547-2549 เป็นผู้นำในการผลักดันให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างถ้วนหน้า (universal access to anti-retrovirals) โดยการผลักดัน “แผนริเริ่ม 3 ใน 5”  คือผลักดันให้ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีในกลุ่มประเทศรายได้น้อยและรายได้ ปานกลาง ให้ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีชนิดผสมหลายตัว (HARRT) จำนวน 3 ล้านคน ภายในปี 2548 ซึ่งสามารถบรรลุผลได้ในปี 2550 โดยประสานกับโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทำการระดมทุน ฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรและเทคนิคในการตรวจรักษา รวมทั้งการปรับลดราคายาและการยอมรับยาที่ผลิตในบางประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ป้องกัน และการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้มากยิ่งขึ้น

สื่อมวลชนโปรดติดต่อ